half-breed
เรื่องนี้เป็นเรื่องสั้นเรื่องแรกของ SF ที่เขียนเพื่อร่วมในโปรเจ็คฮัลโลวีนเมื่อนานมาแล้ว เนื่องจากเนื้อเรื่องเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างลูกครึ่งปีศาจและนักบวช SF จึงขอชี้แจงว่าเรื่องนี้เขียนเพื่อความบันเทิงเท่านั้น ไม่ตั้งใจลบหลู่ศาสนาใดๆ
................................................
เบรียนยกปลายแขนเสื้อขึ้นเช็ดเหงื่อที่หน้า ก่อนจะยกถังไม้หนาหนักที่มีน้ำเต็มเปี่ยมเข้าไปเทลงในถังน้ำขนาดใหญ่ในห้องพักของนักบวชชั้นสูง ร่างบางถอนหายใจด้วยความเหนื่อยพร้อมกับวางถังไม้ลง เบรียนเม้มริมฝีปากแน่นอย่างเจ็บปวดเมื่อค่อยคลายมือออกแล้วยกมือของตนขึ้นดู มือเล็กบอบบางตอนนี้กลับเต็มไปด้วยตุ่มน้ำใส ซึ่งบางแผลถูกเสียดสีจนแตกเลือดซึม เพราะไม่เคยชินกับงานหนักเช่นนี้มาก่อน
เสียงเปิดประตูดังขึ้นเบาๆ ทำให้เบรียนสะดุ้งเฮือกอย่างระแวง เมื่อร่างบางเงยหน้าขึ้นก็สบตาคมกริบสีเทา ของฮาร์ท !! ร่างสูงใหญ่อยู่ในเสื้อคลุมสีดำสนิท ผมยาวสีเงินถูกรวบไว้ด้านหลัง ท่าทางของเขาดูมีอำนาจจนมองดูน่าจะเป็นนักรบ มากกว่าจะดำรงตำแหน่งหัวหน้านักบวช ที่เขาพึ่งได้รับตำแหน่งนี้จากศาสนจักรมาไม่นาน
เบรียนรีบหลบตาวูบอย่างหวาดกลัว ฮาร์ทเป็นผู้กุมความลับการมีเลือดปีศาจอยู่ครึ่งหนึ่งของเขาไว้ ฮาร์ทรู้ว่าเขาเป็นลูกครึ่งปีศาจหลังจากที่ชายหนุ่มเดินทางมาเพื่อตรวจเยี่ยมโบสถ์เพียงสองสามอาทิตย์เท่านั้น หลังจากนั้นนักบวชหนุ่มได้คอยควบคุมเขาอย่างเข้มงวดเพื่อให้แน่ใจว่าเขาไม่ได้ทำอันตรายผู้อื่น แม้เบรียนจะพยายามอธิบายว่าเขาศรัทธาพระเจ้า และไม่เคยทำร้ายใครมาก่อน แต่เบรียนก็รู้ว่าคำพูดของปีศาจอย่างเขาฟังดูน่าขันและไม่มีน้ำหนักพอที่จะให้ใครเชื่อ
“เป็นอะไรไป” เสียงทุ้มถามขึ้นมา
เบรียนสั่นศีรษะเบาๆ เมื่อได้ยินคำถามนั้น รีบลดมือลงไปซ่อนด้านหลังไม่โต้ตอบอะไร ก่อนจะเลี่ยงไปคว้าถังไม้ เขาไม่อยากให้ฮาร์ทหาเรื่องเขามากไปกว่านี้ แค่ที่สั่งให้เขาทำงานแบบนี้ก็หนักมากพออยู่แล้ว ร่างสูงขมวดคิ้วมองตามมือนั่นแล้วคว้าข้อมือเล็กขึ้นมา
“โอ๊ะ!!!” เบรียนอุทานเบาๆ
“พระเจ้า!! เจ้าทำอะไรกับมือตัวเอง ทำไมไม่บอกข้า” ฮาร์ทรู้สึกโกรธเมื่อเห็นสภาพมือนั้น ตอนที่สั่งงานให้ทำ เขาลืมคิดไปว่าเบรียนบอบบางเกินกว่าหิ้วถังไม้หนักๆ เหล่านั้น
“ไม่เป็นไร มันก็แค่แผลเล็กน้อยเท่านั้น” เบรียนพยายามบิดข้อมือหนี
“ยังจะเถียงอีก” มือใหญ่ลากร่างบางไปที่อ่างน้ำ จับมือเล็กนั้นแช่ลงไป เสียงครางเบาๆ เมื่อบาดแผลกระทบกับน้ำเย็นเฉียบ ทำให้ใบหน้าคมหันมามองแวบหนึ่ง เบรียนกัดริมฝีปากแน่น ดวงตาสีฟ้าสดใสมีน้ำตาคลอเมื่อรู้สึกแสบจนแทบจะทนไม่ไหว นักบวชหนุ่มซับแผลให้อย่างรวดเร็วทาครีมฆ่าเชื้อก่อนจะพันด้วยผ้าลินิน
“งานวันนี้พอแค่นี้ เจ้ากลับไปได้แล้ว”
“แต่งานที่ท่านสั่ง ข้ายังทำไม่เสร็จ”
“ข้าบอกให้เจ้ากลับไป เจ้าจำไม่ได้หรือว่าคืนนี้เดือนมืด” ฮาร์ทตวัดเสียงตอบอย่างเย็นชาขัดกับกริยานุ่มนวลที่พันแผลให้ เบรียนเงยหน้าขึ้นแววตานั้นบ่งบอกถึงความทุกข์ทรมานยิ่งนัก
“ท่านไม่ต้องย้ำเตือนข้า ข้าจำได้ถึงชะตาชีวิตอันบาปหนาของข้าดี ทำไมท่านถึงไม่กำจัดข้าไปเสียเลยนะ จะได้ไม่ต้องลำบากคอยควบคุมข้าอย่างนี้”
เบรียนพูดด้วยน้ำเสียงสั่นพร่าแล้วหมุนตัวออกไป ริมฝีปากบางเม้มแน่น แม้จะพยายามลืมเขายังทำไม่ได้ สัญชาติญาณครึ่งหนึ่งในตัวเขาที่จะตื่นขึ้นมาในคืนที่ท้องฟ้ามืดมิดปราศจากแสงจันทร์ การที่ต้องควบคุมมันนั้นต้องใช้กำลังใจที่กล้าแข็งและดวงจิตที่มั่นคงเท่านั้น เพื่อจะไม่ให้ยอมแพ้กับความกระหายซึ่งคอยเผาผลาญชีวิตเขาให้สั้นลงทุกวัน
“กำจัดเจ้าน่ะหรือเบรียน ข้าจะทำได้ยังไง” ร่างสูงที่อยู่ในชุดคลุมสีดำสนิทถอนใจลึก มองตามร่างบอบบางไปด้วยสายตาลึกซึ้งที่เบรียนไม่มีโอกาสได้มองเห็น
ฮาร์ทตระหนักว่าเวลาการเป็นนักบวชของเขากำลังจะสิ้นสุดลง เมื่อเขาได้พบกับเบรียน อันที่จริงเขามาเป็นนักบวชตามคำขอร้องของนักบวชชั้นสูงของศาสนจักร เพียงเพราะเขามีพลังจิตที่กล้าแข็งรับสัมผัสของปีศาจได้ ซึ่งอำนวยประโยชน์ในการตามรอยและกำจัดปีศาจ และในตลอดการทำงานของเขา ฮาร์ทไม่เคยปราณีในการทำลายปีศาจที่ชั่วร้ายพวกนั้น นั่นเป็นเหตุให้เขาได้รับตำแหน่งหัวหน้านักบวชทั้งที่อายุไม่มาก
แต่เมื่อเขาเดินทางเพื่อดูแลโบสถ์ต่างๆ ในมณฑลยอร์กเชียร์ตามหน้าที่ เพียงแวบแรกที่เขาสบตาสีฟ้างดงามลึกลับแต่แฝงไว้ด้วยแววเศร้าสร้อยของเบรียนผู้ดูแลโบสถ์แห่งนี้ ทำให้ฮาร์ทเกิดความรู้สึกอ่อนโยนได้อย่างประหลาด ความต้องการที่จะช่วยลบความเศร้าออกจากดวงตาคู่นั้น และต้องการที่จะเป็นผู้ดูแลปกป้องร่างบอบบางนั้นทวีขึ้นทุกวัน
แต่ในคืนเดือนมืดของเดือนนั้น!!! ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงไปเมื่อเขาได้รับรู้ถึงกลิ่นอายปีศาจที่เจือจางภายในอาณาบริเวณของโบสถ์ นักบวชหนุ่มติดตามไอปีศาจนั้นไปจนถึงบ้านไม้หลังเล็กที่ถูกตกแต่งงดงามไม่ห่างจากโบสถ์มากนัก และพบตัวตนจริงๆ ของปีศาจที่งดงามตนนั้น ...เบรียน......
แวบแรก ความรู้สึกโกรธและรู้สึกเหมือนตนเองถูกหลอกลวง ทำให้ฮาร์ทแสดงปฏิกิริยาเย็นชาต่อเบรียนอย่างรุนแรง และแปรเปลี่ยนสถานะระหว่างคนทั้งคู่ให้กลับกลายไปเป็นเหมือนผู้ควบคุมกับนักโทษ แม้ฮาร์ทจะไม่เปิดเผยความลับของเบรียนต่อโบสถ์ แต่ก็ได้ลดฐานะของเบรียนจากผู้ดูแลโบสถ์ไปเป็นเพียงผู้รับใช้คอยทำงานทั่วไปไม่มีส่วนร่วมในพิธีกรรม ซึ่งถือว่าเป็นการลงโทษที่รุนแรง สร้างความประหลาดใจให้กับทุกคนเพราะไม่รู้ว่าเบรียนได้ทำสิ่งใดผิด
แม้เบรียนจะต้องทำงานหนักมากขึ้น แต่ร่างบางก็ยอมรับชะตากรรมอย่างเงียบๆ ไม่ได้ปริปากบ่น ฝ่ายนักบวชหนุ่มเสียอีกเมื่อเวลาผ่านไปจนความโกรธลดลง ชายหนุ่มก็พบว่าร่างบอบบางนั้นซูบผอมลงจากการที่ต้องทำงานหนัก และยิ่งรู้สึกเสียใจเมื่อเห็นสายตางดงามสีฟ้าใสหม่นแสงลง แววตาที่มองสบตาเขาโดยบังเอิญแต่ละครั้ง เต็มไปด้วยความทุกข์ทนแกมหวาดกลัว คอยหลบลี้หนีหน้าจนเขากลับเป็นฝ่ายทนไม่ได้ ต้องเป็นฝ่ายหาเรื่องยกเลิกคำสั่งกลางคันบ่อยๆ
c c c c c c
ระหว่างที่เดินกลับกระท่อม เบรียนคิดถึงร่างสูงของนักบวชหนุ่มอย่างทดท้อ เมื่อแรกเจอ ความรู้สึกอบอุ่น ดวงตาที่ทอดมองมาอย่างอ่อนโยนของชายหนุ่มนั้นช่วยเติมเต็มและชดเชยความว้าเหว่ให้เบรียนรู้สึกอบอุ่นมาตลอด แต่คืนนั้นเมื่อชายหนุ่มรู้ว่าเขาเป็นลูกครึ่งปีศาจเขาก็เปลี่ยนแปลงไป
เบรียนหัวเราะเยาะตนเองเบาๆ ‘เรื่องธรรมดา ในเมื่อเขาเป็นปีศาจที่น่ารังเกียจในสายตานักบวชและคนทั่วไป’ ความหวังริบหรี่ที่เคยคาดหวังว่าฮาร์ทอาจจะแตกต่างจากคนอื่นๆ สูญสลายไปตั้งแต่ที่สบสายตากราดเกรี้ยวในคืนวันนั้น ร่างบางสั่นศีรษะอย่างพยายามลืมแล้วมองไปที่ขอบฟ้า เขามัวแต่เดินคิดพระอาทิตย์กำลังจะลับแสงไปแล้ว เบรียนเริ่มรู้สึกถึงร่างกายที่กำลังเปลี่ยนแปลงทำให้ต้องเร่งฝีเท้าเร็วขึ้น
ไม่!! อย่าเพิ่ง.....
ปัง!!
เมื่อสิ้นเสียงปิดประตูที่ดังตามหลัง ร่างบางก็ทรุดฮวบลงคุกเข่ากับพื้นแขนโอบกอดรอบตัวเองแน่นรู้สึกร่างกายรุ่มร้อนทรมาน ในกายราวกับมีกองเพลิงเผาผลาญ ปากคอแห้งผาก ร่างกายเขากำลังต้องการเลือดเพื่อหล่อเลี้ยงชีวิต
การที่เขายังมีเลือดมนุษย์จากแม่อยู่ครึ่งหนึ่ง ไม่ใช่ปีศาจสายเลือดบริสุทธิ์เช่นเดียวกับพ่อ ทำให้เบรียนรู้ว่าแม้เขาจะสามารถอดทนผ่านพ้นมันไปได้ทุกเดือน แต่ชีวิตของเขาคงจะสั้นลงเรื่อยๆ เพราะเขาไม่ยอมดำเนินชีวิตด้วยเลือดมนุษย์เช่นเดียวกับปีศาจตนอื่นๆ
เพราะแม้จะเป็นเพียงคืนเดียวในหนึ่งเดือน ที่เขาต้องการเลือดมาหล่อเลี้ยงส่วนที่เป็นปีศาจของตนเองก็ตาม แต่เบรียนทำไม่ได้ เขานับถือพระเจ้าไม่ต้องการสร้างบาป และถ้าการฆ่าตัวตายไม่ใช่บาปอันร้ายแรงแล้ว เบรียนอาจฆ่าตัวตายไปแล้วก็ได้ เพราะไม่รู้ว่าตนเองจะอดทนกับสัญชาติญาณของปีศาจไปได้นานขนาดไหน สำหรับเขาคงทำได้แค่รอเวลาที่ร่างกายจะสูญสลายไปตามอายุขัยเท่านั้น
“อึ๊ก...” เบรียนกัดริมฝีปากแน่น เมื่อรู้สึกถึงความทรมานที่ทวีขึ้น ร่างบางคลานไปที่เตียงทรุดร่างลงนอนคุดคู้
“ไม่...” ร่างบางครางอย่างทรมาน เขาจะไม่ยอมแพ้ เมื่อร่างบางกระพริบตาขึ้นอีกครั้งดวงตาสีฟ้าเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงเรื่อเรือง เรือนผมสีบล็อนด์ยาวสลวยเปลี่ยนเป็นสีดำสนิทราวกับสีของท้องฟ้าในคืนเดือนมืด
เบรียนจับผมของตนเองแล้วครางเบาๆ เมื่อนึกถึงวันที่ฮาร์ทเปิดประตูเข้ามาเจอ สายตานั้นเต็มไปด้วยโทสะจนเบรียนคิดว่าตนเองกำลังจะถูกฆ่าเสียแล้ว แต่ร่างสูงหันกายเดินออกไปเงียบๆ เสียงปิดประตูตอนนั้นดังสนั่นในความรู้สึกของเบรียน เช้าวันต่อมาทุกอย่างก็เปลี่ยนแปลงไปโดยสิ้นเชิง เมื่อเบรียนสบตาสีเทาที่เย็นชาและโกรธเกรี้ยวคู่นั้น ความทุกข์ทรมานทางกายที่ต้องเผชิญในทุกเดือน แทบจะเทียบไม่ได้กับความเจ็บปวดที่ได้สูญเสียความหวังบางสิ่งบางอย่าง อย่างไม่มีวันได้คืนมา
ร่างบางหลับตาลง ผิวกายเริ่มร้อนผ่าวและไวต่อสัมผัสอย่างแปลกประหลาดเหมือนทุกครั้งจนต้องกระชากเสื้อผ้าที่พันกายออก เพราะทนไม่ได้แม้แต่การเสียดสีจากเนื้อผ้าบางเบา ร่างบางขดตัวกลมแน่นระหว่างรอคอยให้กลางคืนผ่านพ้นไป สติเริ่มเลือนรางจนไม่ได้รับรู้ถึงเสียงประตูกระท่อมที่เปิดออก
ฮาร์ทมองดูร่างเปลือยงดงามที่ขดตัวอยู่บนเตียง แม้จะเป็นคืนเดือนมืดแต่ร่างนั้นราวกับจะเปล่งประกายด้วยผิวที่ขาวนวล ทั้งร่างปกคลุมด้วยผมยาวสยายสีดำสนิทเท่านั้น ได้ยินเสียงหอบหายใจและเสียงครางดังเบาๆ การเปลี่ยนแปลงบางอย่างที่เบรียนเข้าใจว่าเป็นแค่เพียงความกระหายเลือดตามสัญชาติญาณปีศาจถูกปลุกให้ตื่น
ฮาร์ทก้มหน้าลงไปช้าๆ พร้อมๆ กับดวงตาสีแดงเรื่อกระพริบวูบลืมตาขึ้นมาเมื่อได้กลิ่นอายมนุษย์ แววตาเปล่งประกายลึกลับเต็มไปด้วยแววปรารถนาและความต้องการที่เก็บกดไว้ ฮาร์ทขมวดคิ้วอย่างสงสัยก่อนจะยิ้มบางเบาเมื่ออ่านแววตานั้นออก
“เจ้ากำลังต้องการอะไรกันแน่เบรียน ใช่สิ่งที่ข้ากำลังคิดอยู่หรือไม่นะ” นักบวชหนุ่มพึมพำเบาๆ แม้จะรู้ว่าเบรียนไม่สามารถรับรู้อะไรในตอนนี้ได้
มือใหญ่จับคางเล็กๆ นั้นให้เงยหน้าขึ้นก่อนจะแนบริมฝีปากลงไปที่ลำคอระหง ไล้เลียลงมาตามไหล่ลาดขาวนวล
“อ๊ะ...อ๊า...” ร่างบอบบางบิดกายเร่าเมื่อผิวที่ไวต่อการสัมผัสได้รับการตอบสนอง ริมฝีปากร้อนผ่าวที่ไล่ลงมากระตุ้นสัญชาติญาณและความต้องการให้ทวีสูงขึ้น แววตาลึกลับเต็มไปด้วยความปรารถนา แขนเรียวถูกยกขึ้นโอบกอดร่างสูงใหญ่ที่คร่อมเหนือตัว ร่างบอบบางแอ่นกายเสนอให้อย่างเต็มใจ สติเลือนหายไปด้วยแรงปรารถนาที่ลุกโชนขึ้น
“อืมม์..เบรียน” ร่างสูงครางอย่างพอใจ เมื่อมือเล็กคลำไปทั่วร่างเขาอย่างเปะปะ ไขว่คว้าเพื่อตอบสนองสัญชาติญาณของตน ชายหนุ่มลุกขึ้นถอดเสื้อผ้าอย่างรวดเร็วก่อนจะแนบร่างสูงกลับลงไปอีกครั้ง
“อือ..อ้ะ อา..” เบรียนครางขยับร่าง รู้สึกถึงความเสียวซ่านที่พุ่งปราดเมื่อผิวหนังร้อนผ่าวของตนเองเสียดสีกับร่างแกร่งที่ทาบทับอยู่ข้างบนจนต้องขยับกายดิ้นเร่าอย่างทนไม่ได้ แว่วเสียงหัวเราะเบาอย่างพอใจแฝงไว้ด้วยชัยชนะ แต่ตอนนั้นเบรียนไม่รับรู้อะไรนอกจากแสวงหาการปลดปล่อยของตนเอง
มือใหญ่พลิกร่างบาง ปลายลิ้นไล้เลียตามแผ่นหลังบอบบาง ไล่ลงมาที่สะโพกมน เสียงคราง และหอบหายใจดังจากร่างบาง ร่างเกร็งเมื่อปลายนิ้วเรียวแทรกเข้าไปในช่องทางต้องห้ามนั้น
“ฮึก..อึ้ก..” นิ้วเรียวเพิ่มจำนวนนิ้วแล้วขยับเข้าออกช้าๆ ความคับแน่นรัดรอบปลายนิ้วจนฮาร์ทต้องค่อยๆ ขยับ แต่สะโพกบางกลับเร่งเร้าเขาจนต้องขยับนิ้วเร็วขึ้น อีกมือหนึ่งเอื้อมไปสัมผัสส่วนที่ตื่นตัวระหว่างต้นขาเรียวงาม ปลายนิ้วเคล้าคลึงอย่างชำนาญ
“อา เบรียน” ฮาร์ทครางเมื่อรู้สึกถึงความตึงแน่นที่ต้นขาตนเองจนเกือบทนไม่ไหว ชายหนุ่มถอนนิ้วออก เสียงครางอย่างผิดหวังกึ่งประท้วงดังเบา ทำให้ฮาร์ทยิ้มมือแข็งแรงจับเอวบางไว้แน่น จ่อความแข็งแกร่งร้อนผ่าวไปยังช่องทางที่นำร่องไว้ด้วยนิ้วเรียวค่อยสอดใส่ช้าๆ พยายามระวังแต่ความเร่าร้อนของร่างบอบบางทำให้ฮาร์ททนไม่ไหว ชายหนุ่มสูดลมหายใจเฮือกหนึ่งแล้วสอดแทรกเข้าไปในร่างบางอย่างรวดเร็ว
“อาาา...” เสียงครางหนักๆ อย่างพอใจความตึงแน่นกระชับรอบความร้อนผ่าวของเขา ฮาร์ทตาลายไปด้วยความสุขสมจนแทบไม่ได้ยินเสียงกรีดร้องจากร่างบางที่ทาบทับอยู่ เบรียนหลับตาแน่น รู้สึกตึงแน่นในท้องน้อยร่างกายราวกับจะปริแยกเมื่อความกำยำของชายหนุ่มฝังเข้ามาในตัวจนหมดสิ้น
ร่างบางหอบหายใจหนักๆ ระหว่างที่ฮาร์ทรอให้ร่างบางปรับตัว แล้วเริ่มขยับสะโพกเข้าออกช้าๆ ระหว่างต้นขานุ่มนวลคู่นั้น แล้วเร่งจังหวะเร็วขึ้น เบรียนลืมทุกอย่างไปหมดสิ้นรับรู้เพียงร่างแกร่งกำยำที่กำลังสอดแทรกเข้ามาในร่างกาย มือที่ลูบคลำความตื่นตัวของเขา ริมฝีปากที่ขบเม้มลงมาที่ต้นคอพอให้รู้สึก ร่างบอบบางบิดกายตอบสนองตามสัณชาติญาณตามความต้องการอันบริสุทธ์อย่างไม่อับอาย
เสียงหอบหายใจ เสียงครางเป็นระยะตามจังหวะรักที่เร็วขึ้น จนกระทั่งร่างบางทนไม่ไหวกรีดร้องร่างเกร็งฉีดพุ่งความร้อนผ่าวออกมาเปรอะเปื้อนมือที่ลูบคลำอย่างหนักหน่วงนั้น
“อ๊าาาาา......”
“เบรียน” ฮาร์ทครางอย่างพอใจถอนกายออกมาแล้วกระแทกสะโพกแกร่งเข้าไปอย่างหนักหน่วง บดขยี้หน้าขากับบั้นท้ายนุ่มนั้นแนบแน่น หลั่งรินความปราถรถนาเข้าสู่ร่างบอบบาง ร่างเขากระตุกหลั่งเป็นจังหวะในช่องทางคับแคบนั้นจนเอ่อนองออกมาตามต้นขาเรียว
ร่างสูงฟุบตัวลงบนแผ่นหลังบอบบางนั้น ชายหนุ่มพริ้มตาลงแต่แล้วก็ขยับลืมขึ้นอีกครั้งอย่างแปลกใจเมื่อเห็นผมสีดำสนิทเริ่มจางลง แล้วกลับกลายเป็นสีบล็อนด์งดงามเฉกเช่นเดิม ชายหนุ่มขยับถอนสะโพกออกอย่างรวดเร็ว ทำให้ร่างบางที่อยู่ใต้ร่างเขาสะดุ้งเฮือก มีเสียงครางประท้วงดังแผ่วๆ มา
ฮาร์ทพลิกร่างบางขึ้น เบรียนขยับตัวก่อนจะลืมตาอย่างอ่อนแรง ฮาร์ทยิ้มเมื่อสบตาสีแดงเรื่อที่กำลังเปลี่ยนเป็นฟ้าใสงดงาม ก่อนที่ตาคู่นั้นจะปิดลงอย่างเหนื่อยอ่อนแล้วหลับใหลไปเกือบจะทันที
“หึ หึ หึ ...” ฮาร์ททิ้งศีรษะลง หัวเราะเบาๆ อย่างพอใจเมื่อได้คำตอบที่สงสัย นี่เป็นการค้นพบที่ไม่คาดคิด นักบวชหนุ่มกระชับร่างบางไว้แนบแน่นก่อนจะดึงผ้ามาคลุมร่างแล้วพริ้มตาลงเช่นกัน
c c c c c c
ฮาร์ทนอนมองร่างบอบบางที่หลับเงียบอยู่ เสียงลมหายใจสม่ำเสมอไร้วี่แววทรมาน สายตาคมกริบกวาดตาดูร่างบอบบางงดงามอย่างสบายใจ ผิวกายขาวนวลดูเรืองรองท่ามกลางแสงเทียน อากาศยามดึกที่ค่อนข้างเย็นทำให้ร่างบางเบียดเข้าหาความอบอุ่นจากร่างสูง
เบรียนขยับตัวแล้วก็ต้องถอนใจอย่างอึดอัดเมื่อรู้สึกถึงอะไรหนักๆที่ทาบทับอยู่ ร่างบางใช้มือผลักออกขยับถอยหนีแต่แล้วก็ต้องสะดุ้งลืมตาอย่างรวดเร็ว เมื่อปลายนิ้วสัมผัสกับผิวเนื้ออบอุ่นของร่างสูงที่นอนเบียดอยู่
“ฮาร์ท” เบรียนพึมพำแผ่วเบาเมื่อสบดวงตาสีเทาที่กำลังมองอยู่ ร่างบางทบทวนเรื่องที่ผ่านมาอย่างงงๆ แล้วก็หน้าแดงระเรื่อ รู้สึกอับอายเมื่อจำเหตุการณ์ต่างๆได้ เบรียนขยับตัวอย่างรวดเร็วแต่แล้วก็ต้องครางเบาๆด้วยความเจ็บปวด รู้สึกร่างกายช้ำระบมไปหมด
“อย่าขยับเร็วอย่างนั้นสิ” ฮาร์ทพูดยิ้มๆ ขณะที่เอื้อมมือไปคว้าเอวบางดึงมาเกยบนร่างตน
“ท่าน ปล่อยข้านะ” เบรียนพยายามดิ้นให้หลุดจากอกกว้างนั้น แต่ฮาร์ทแข็งแรงเกินกว่าที่ร่างบางจะหลุดพ้น
“ทีเมื่อครู่ เจ้าเกาะเกี่ยวข้าไว้แน่น ไม่เห็นอยากให้ข้าอยู่ห่างเลยนี่นา” เบรียนหน้าแดงด้วยความอายเมื่อได้ยินชายหนุ่มพูดด้วยนั้น
“ท่าน ...ท่านกล้าทำอย่างนี้ได้อย่างไร โอ! พระองค์ขอได้ทรงโปรดยกโทษให้ข้าด้วย” เบรียนพึมพำเสียงสั่น ร่างบางรู้สึกหวาดหวั่นกับบาปที่ได้กระทำลงไป
“ข้าไม่สนใจ หากพระองค์จะลงโทษ ข้าก็พร้อมที่รับโทษพร้อมกับเจ้า อย่ากลัวไปเลย” ฮาร์ทตอบอย่างอ่อนโยน แววตาที่ทอดมองมาอ่อนโยนเช่นที่แรกเจอ จนเบรียนรู้สึกอบอุ่นและปลอดภัย ร่างบางมีน้ำตาเอ่อคลอพร้อมกับครางรับรู้แผ่วเบาในคอ
ฮาร์ทขยับลุกนั่งจับร่างบางซ้อนไว้ที่ตักกว้าง เหลือบตาดูร่างบอบบาง พร้อมกับไล่สายตาลงต่ำ เบรียนครางเบาพร้อมกับรีบอิงร่างเข้าหาอกกว้างเพราะไม่อยากให้ชายหนุ่มพิจารณามากไปกว่านี้
“ท่านลืมไปแล้วหรือว่าท่านเป็นนักบวช แล้วข้าเป็นเป็นลูกครึ่งปีศาจ ถ้าข้าไม่สามารถควบคุมตัวเองได้แล้วทำร้ายท่าน ท่านจะทำอย่างไร” เบรียนทักท้วงออกมาอย่างอ่อนแรงเมื่อมือไม้ชายหนุ่มเริ่มลูบไล้ไปทั่งแผ่นหลัง พร้อมกับจมูกปากที่เริ่มซุกซนไปตามแก้มและคางของร่างในอ้อมแขน
“อืมม์” ฮาร์ทพึมพำเสียงผะแผ่ว ไม่สนใจกับคำถามนั้นในเมื่อมีสิ่งที่น่าสนใจกว่าอยู่ตรงหน้า
“ฮาร์ท ท่าน....” มือเล็กจิกไปที่แผ่นหลังกว้าง ทำให้นักบวชหนุ่มเงยหน้าขึ้น แกล้งถอนใจแรงๆ
“เจ้าไม่สังเกตเลยหรือ ตอนนี้ยังเป็นคืนเดือนมืดอยู่นะ” ชายหนุ่มเตือนความจำ
เบรียนนิ่งไปแล้วก็คิดได้ ใช่สิ! ทำไมเขาถึงไม่รู้สึกถึงความกระหายและความต้องการเลือดเลย ในเมื่อทุกครั้งเขาจะต้องทนทรมานอยู่จนรุ่งสาง ร่างบางคิดอย่างงุนงง
“ไม่เข้าใจอีกหรือ เบรียน ความต้องการของเจ้าสามารถเติมเต็มและทดแทนด้วยอย่างอื่น” ฮาร์ทมองดูร่างบางที่ทำหน้าครุ่นคิด แล้วก็ยิ้มเมื่อเห็นแววตาสีฟ้าใสรับรู้อย่างตกใจ แล้วร่างบางก็แทบจะแดงไปทั้งตัวด้วยความอับอายเมื่อเข้าใจในสิ่งที่เขาพูด
“หมะ..หมาย..ความว่า..” เบรียนชะงักคำพูดด้วยความอาย หมายความว่าถ้าเขาร่วมรักกับใครในคืนเดือนมืดก็สามารถทดแทนความต้องการเลือดของเขาได้งั้นหรือ
ฮาร์ทฉวยโอกาสที่เบรียนยังคงงุนงง จับต้นขาเรียวของร่างบางแยกออกกว้างคร่อมตักเขาไว้ เสียดสีความแข็งแกร่งเข้ากับบั้นท้ายนุ่ม
“ฮาร์ท” เบรียนอุทานแล้วครางเบาๆ เมื่อนิ้วเรียวลากลงมาตามยอดอกไปสิ้นสุดที่ต้นขางดงามลูบไล้เขาอย่างแผ่วเบาในตอนแรก ก่อนจะเพิ่มความหนักหน่วงขึ้น
“ไม่..อย่าทำอย่างนี้..ข้ายังเจ็บมากอยู่เลย” เบรียนห้ามเสียงแผ่ว
“อืมม์ เจ้าอิ่มแล้วหรือ ไม่หรอก ข้าจะให้เจ้าอีกจนเต็มอิ่ม เพื่อจะได้แน่ใจว่าคืนนี้เจ้าจะไม่ต้องการเลือดแล้ว” ฮาร์ทพึมพำขณะปลายลิ้นดูดดื่มยอดอกแดงระเรื่อ ร่างบางแอ่นอกให้ร่างกายมีปฏิกิริยากับสัมผัสนั้นทันทีร่างเริ่มร้อนผ่าวลมหายใจถี่เร็วขึ้น ชายหนุ่มค่อยยกเอวบางขึ้นจ่อความแข็งแกร่งไว้แล้วกดร่างบางลง
“อืมม์ ฮาร์ท...” เบรียนวางมือบนไหล่กว้างลืมตามองสบสายตาสีเทาเข้มด้วยแรงปรารถนา เขาเคยนึกได้อย่างไรว่าฮาร์ทเย็นชา ในเมื่อตอนนี้ชายหนุ่มร้อนเป็นไฟราวกับจะเผาผลาญเขา เบรียนมองลึกลงไปแล้วก็รู้สึกอบอุ่น เมื่อมองเห็นแววตาคู่เดิมที่เคยทอดมองเขาอย่างอ่อนโยนรักใคร่
ฮาร์ทยิ้มออกมาอย่างอ่อนโยน เมื่อร่างบางเริ่มขยับตามการชี้นำจากมือแข็งแรง ไม่นานร่างบอบบางก็พลิ้วไหวด้วยตามความต้องการอย่างลืมตัว สะโพกบางบดเบียดกับหน้าตักของฮาร์ท ความชุ่มชื้นจากชายหนุ่มทำให้การสอดแทรกแต่ละครั้งเข้าไปได้สุดความแกร่ง ความเจ็บปวดของร่างบางลดลงเหลือแต่ความเสียวซ่าน เสียงครางนุ่มหวานเต็มไปด้วยอารมณ์ ศีรษะสะบัดเงยหน้าขึ้น ปอยผมเปียกชื้นเหงื่อ ยุ่งเหยิงไปทั่วแผ่นหลัง
ในที่สุดร่างบางกรีดร้องประสานกับเสียงครางหนักๆ ของชายหนุ่มดังขึ้น เกือบจะพร้อมๆ กับฉีดพุ่งความปรารถนาออกมา เบรียนพับลงกับร่างสูงอย่างหมดแรง
c c c c c c
ฮาร์ทพับจดหมายลงช้าๆ สีหน้าของนักบวชหนุ่มเคร่งขรึมเวลาในการตัดสินใจมาถึงแล้ว จดหมายเรียกตัวจากศาสนจักร อาจารย์ของเขาต้องการให้เขากลับไปอยู่ที่นั่น นักบวชหนุ่มกำลังนึกถึงอำนาจของศาสนจักรที่ทุกคนต้องการ แล้วก็รู้ว่าเขาไม่ได้ปรารถนามันแม้แต่น้อย ด้วยฐานะและที่ดินที่เขาครอบครองอยู่ก็มากมายพออยู่แล้ว และที่สำคัญ ...เบรียน.... ฮาร์ทยิ้มอย่างอ่อนโยน ร่างบางทำให้เขาตัดสินใจได้อย่างง่ายดาย
“เบรียนเจ้าชอบที่นี่มากหรือเปล่า” ร่างบางที่กำลังเกยคางไว้บนอกกว้างเงยหน้าขึ้นมองอย่างประหลาดใจกับคำถามลอยๆ นั้น
“อืมม์ ท่านถามทำไม” เบรียนขยับร่างนุ่มนวล เสียดสีกับร่างแกร่งที่เขานอนทับอยู่
“อ๊ะ..!” ฮาร์ทสูดลมหายใจลึก เสียงหัวเราะแผ่วเบาดังขึ้นทันที มือบอบบางไล้ไปตามอกกว้าง
“เดี๋ยว เบรียนคุยกันก่อน” ฮาร์ทรวบมือเล็กไว้ทันทีก่อนที่ตัวเองจะอารมณ์เตลิดไปจนไม่ทันได้คุยอะไรกัน
“ท่านคุยไปสิ ข้ากำลังฟังอยู่นี่ไง” เมื่อมือถูกรั้งไว้ ริมฝีปากแดงระเรื่อก็ก้มลงจุมพิตไปที่สันกรามแข็งแรงก่อนจะเรื่อยลงมา
“เบรียน....อืมม์..” ฮาร์ทคราง เบรียนอมยิ้มพึมพำชิดผิวกายชายหนุ่ม
“ใช่ ข้ารักที่นี่มาก เป็นที่แห่งเดียวที่ข้าอยู่แล้วอบอุ่น ทุกคนเป็นมิตรกับข้า” ร่างสูงชะงักอย่างไม่สบายใจเมื่อได้ยินคำตอบนั้น ชายหนุ่มกำลังจะเอ่ยปากแต่ก็ต้องครางออกมาเมื่อริมฝีปากบางจู่โจมความเป็นชายของเขา ปลายลิ้นเล็กๆ ที่ตวัดรอบความแกร่งนั้นทำให้ความคิดที่จะโต้แย้งปลิวหายไป
เบรียนตาลายวูบหนึ่งก็รู้ตัวว่าถูกพลิกลงมาอยู่ด้านล่างอย่างรวดเร็วต้นขาแยกกว้าง ขณะฮาร์ทยิ้มแล้วแทรกความแข็งแกร่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว
“อึ๊ก....” เบรียนครางเมื่อรู้สึกถึงความเต็มแน่นไปทั่วท้องน้อย หลังจากนั้นชายหนุ่มเริ่มจังหวะรักที่รุนแรง จนไม่นานร่างบางก็ต้องกรีดร้องและหลั่งรินความร้อนผ่าวออกมาพร้อมกับๆ ร่างสูง
c c c c c c
เบรียนปิดประตูมือสั่นระริก ในที่สุดเวลานั้นมาถึงแล้ว ร่างบางนึกถึงถ้อยคำที่แอบได้ยินมา ฮาร์ทกำลังจะไปจากที่นี่ มิน่าช่วงอาทิตย์ก่อนชายหนุ่มเหมือนมีอะไรจะบอกเขาแต่ด้วยสัญชาติญาณทำให้เบรียนพยายามหลบเลี่ยงไม่ต้องการที่จะรับรู้ ความสุขไม่มีวันยั่งยืนแต่เขาก็พยายามยืดเวลามันออกไป ตอนนี้คงไม่สามารถเลี่ยงได้อีกแล้ว
ร่างสูงเปิดประตูกระท่อมเข้ามาช้าๆ ฮาร์ทถอนใจหนัก โยนเสื้อคลุมไปพาดไว้กับขอบเก้าอี้ ใกล้ถึงเวลาที่เขาจะต้องเดินทาง คงจะต้องหาเวลาคุยกับเบรียนแล้ว
“ท่านกำลังจะไปจากที่นี่?” เสียงนุ่มนวลถามเบาๆ ทำให้ฮาร์ทหันขวับมามองทันที ร่างบางนั่งอยู่ริมหน้าต่าง เสี้ยวหน้าอยู่ในเงามืดทำให้เขาไม่สามารถมองเห็นแววตาสีฟ้างดงามคู่นั้นได้ ฮาร์ทยกมือเสยผม
บ้าจริง! เขาอุตส่าห์รอจังหวะเพื่อจะบอกเบรียนด้วยตัวเองร่างบางกลับไปรู้มาเสียก่อน
“เจ้ารู้ได้อย่างไร”
“ข้าได้ยินทุกคนพูดกัน ท่านจะไปเมื่อไร” น้ำเสียงนั้นเรียบเฉยยิ่งนักทำให้ฮาร์ทรู้สึกหงุดหงิด
“อาทิตย์หน้า หลังจากคืนเดือนมืด”
“งั้นหรือ” เบรียนส่งเสียงรับรู้แผ่วเบา
“เจ้าไม่สนใจเลยล่ะสิว่าข้าจะอยู่หรือจะไป” ร่างสูงถามพร้อมกับอารมณ์หงุดหงิดที่ทวีขึ้น
“ถึงข้าจะสนใจคงไม่มีประโยชน์ไม่ใช่หรือในเมื่อถึงอย่างไรท่านก็ต้องไป ท่านมีหน้าที่ที่ต้องทำในฐานะหัวหน้านักบวชอยู่แล้ว” ครั้งนี้ฮาร์ทรับรู้ถึงน้ำเสียงเศร้าสร้อย ชายหนุ่มคว้าร่างบางลุกขึ้นสบตาร่างบางนั้น
“ข้าต้องการให้เจ้าไปกับข้า”
“ข้าไปไม่ได้ ข้าไม่สามารถอยู่ร่วมกับท่านได้ ท่านก็รู้ หากมีคนล่วงรู้ว่าข้ามีเลือดปีศาจอยู่ครึ่งหนึ่ง ข้าจะทำให้ท่านตกอยู่ในฐานะลำบาก”
“เบรียน ข้าจะไม่ทิ้งเจ้าไว้ที่นี่เพียงคนเดียว”
“ท่านไม่ต้องห่วงข้า ข้าเพียงดำเนินชีวิตเช่นเดียวกับตอนที่ยังไม่พบท่าน” เบรียนพึมพำเบาๆ แต่ภายในใจกำลังหวั่นไหว เขาจะอยู่ได้จริงหรือ หลังจากที่ได้รู้จักความรักเขาจะอยู่โดยปราศจากมันได้ใช่ไหม แววตาอ่อนแอวูบไหวและยอมรับต่อชะตากรรม จนทำให้ใจของชายหนุ่มเจ็บปวด ไม่ เขาไม่ยอมรับมันง่ายๆ อย่างนี้แน่
“เบรียนข้าไม่อยากให้เจ้าทรมานทุกเดือน เจ้าต้องไปกับข้า” ฮาร์ทออกคำสั่ง
“ข้าทนได้ ฮาร์ทมันก็แค่กลับไปเหมือนเดิม อย่าห่วงเลยข้าจะไม่ทำร้ายมนุษย์ ข้าทำเช่นนั้นไม่ได้หรอก” เบรียนเงยหน้าขึ้นมองนักบวชหนุ่มอย่างสิ้นหวัง
“และถ้ามันรุนแรงขึ้นมากจนข้าทนไม่ได้ ข้าก็รู้จักวิธีตอบสนองความกระหายของข้าแล้ว เรื่องแบบนี้จะเป็นใครก็ได้ไม่จำเป็นต้องเป็นท่านเท่านั้น ไม่ใช่หรือ”
“เบรียน เจ้ากล้า.....เจ้าจะทำเช่นนั้นได้หรือ” ฮาร์ทอุทานออกมาอย่างโกรธเกรี้ยวแกมตกใจเมื่อรู้ว่าร่างบางคิดอะไรอยู่ เบรียนยกมือขึ้นปิดปากกลั้นสะอื้น ฮาร์ทกระชากร่างบางเข้ามากอดไว้แน่น
“ไม่ ข้าคงทำไม่ได้หรอก แค่คิดว่าจะมีใครแตะต้องข้าเช่นเดียวกับท่าน ข้าก็ทนไม่ได้แล้ว” ฮาร์ทโอบร่างบางไว้แนบแน่น ร่างบางสั่นสะท้านด้วยแรงสะอื้น ชายหนุ่มตัดสินใจ
“ถ้าเช่นนั้น เบรียน เจ้ารอข้า ข้าจะกลับมาหาเจ้าก่อนคืนเดือนมืดเดือนหน้าแน่นอน ข้าจะไม่ให้เจ้าต้องทุกข์ทรมานอีก”
“ไม่จำเป็นหรอกฮาร์ท ข้าบอกแล้วว่าไม่จำเป็น”
“เงียบเถอะเบรียน ข้าจะทิ้งหัวใจข้าไว้ได้อย่างไร” ร่างสูงก้มลงปิดริมฝีปากนั้นด้วยจุมพิตหนักหน่วง เบรียนตอบสนองจุมพิตนั้นอย่างสิ้นหวัง เขาอยากจะเชื่อคำพูดนั้นแต่ทุกอย่างในโลกนี้ไม่มีอะไรที่แน่นอน
“คืนนี้อยู่กับข้าได้หรือไม่” เบรียนกระซิบถาม ฮาร์ทสบตาสีฟ้าใสที่มีแววยอมแพ้และไม่ยอมคาดหวังถึงอนาคตนั้นแล้วก็ถอนหายใจ ‘ไม่เป็นไร เมื่อเขากลับมาเขาจะทำให้เบรียนเชื่อมั่นในตัวเขา พูดไปตอนนี้คงไม่มีประโยชน์’
“แน่นอนเบรียน ข้าจะอยู่กับเจ้า” ฮาร์ทกระซิบเบาช้อนร่างบางขึ้น ทำให้เบรียนคลี่ยิ้มออกมาตอนนี้เขาจะรับในสิ่งที่ฮาร์ทให้เขาได้ แขนเรียวแขนรอบคอแข็งแรงและพริ้มตาลงเมื่อแผ่นหลังแตะที่นอนนุ่ม
ฮาร์ทถอนใจเมื่อมองหาร่างบอบบางไม่พบ เบรียนจะไม่มาส่งเขาแน่หรือ เมื่อคืนนี้ขณะอยู่ร่วมกันเบรียนพยายามฝืนยิ้ม พูดคุยร่าเริง แต่แววตาเศร้าหมองจนฮาร์ทรู้สึกเจ็บปวดที่ทำให้ร่างบางเชื่อเขาไม่ได้ จนชายหนุ่มเกือบเปลี่ยนใจไม่กลับไปแล้ว แต่พอเบรียนรู้เข้ากลับตกใจและไม่ยอมเพราะกลัวว่าจะมีผลต่อตำแหน่งหัวหน้านักบวชของเขา
ชายหนุ่มยิ้มบางบางมุมปากเมื่อเมื่อนึกถึงการร่ำลาหลังจากนั้น ร่างบอบบางช่างอบอุ่นและตอบสนองความต้องการเร่าร้อนของเขาจนเกือบรุ่งเช้า เสียงคราง กระซิบบอกรักอ่อนหวานทำให้เขาเกร็งสะท้านและปลดปล่อยอย่างรุนแรง จนแทบจะทำให้เบรียนช้ำไปทั้งตัว
ร่างสูงก้าวขึ้นรถม้า เอนหลังพิงพนักเก้าอี้เมื่อรถม้าเริ่มเคลื่อนที่ตีวงโค้งอ้อมพ้นทางโค้งหน้าโบสถ์ แล้วร่างสูงก็ดึงตัวขึ้นนั่งอย่างรวดเร็วริมฝีปากคลี่ยิ้มอย่างลืมตัวเมื่อเห็นเงาร่างบอบบางที่คุ้นตาคุ้นใจยืนมองบนเนินหญ้า
เบรียน!!! ฮาร์ทมองร่างบางจนรถม้าเลี้ยวโค้งเนินหญ้าลับตาไปพร้อมกับเงาร่างนั้น
“รอข้านะ เบรียน” ชายหนุ่มกระซิบเหมือนจะให้ได้ยินไปถึงเบรียน
ร่างนั้นมองตามรถม้าคันนั้นจนลับสายตา ก่อนจะหมุนตัวกลับเงาร่างบางดูโดดเดี่ยวท่ามกลางเนินหญ้ากว้างใหญ่
แม้จะรู้ว่าไม่ควร แต่คำสัญญาที่หนักแน่นนั้นก็ทำให้อดคาดหวังไม่ได้
“ข้าจะรอท่าน ฮาร์ท”
c c c c c c
เดือนต่อมา
เบรียนนั่งอยู่ที่ระเบียงท่ามกลางไม้ดอกนานาพันธ์ที่เริ่มหุบกลีบพร้อมๆ กับแสงจากดวงอาทิตย์ที่กำลังลับหายไป สายตาทอดมองไปยังทางเดินแคบเล็กที่ทอดมาสู่กระท่อม ท้องฟ้าเริ่มถูกปกคลุมด้วยม่านแห่งรัตติกาลพร้อมๆ กับเลือดครึ่งหนึ่งในร่างเขาเริ่มตื่นขึ้น ร่างบางพริ้มตาลง
“ฮาร์ท ท่านอยู่ที่ใด หรือท่านจะไม่กลับมาที่นี่อีกแล้ว” น้ำตาแวววับค่อยกลิ้งลงมาช้าๆ แม้จะพยายามเตือนตนเองไม่ให้คาดหวังแต่พอมันเกิดขึ้นจริงๆ ความเจ็บปวดนั้นเกินจะทนรับได้ เบรียนลุกขึ้นช้าๆ ร่างบางกำลังจะหมุนกายแล้วก็ชะงัก
“เบรียน!”
เบรียนค่อยๆ เงยหน้าขึ้นเมื่อได้ยินเสียงที่คุ้นหู ริมฝีปากบางแย้มออกอย่างลืมตัวเมื่อเห็นเงาร่างที่เจนใจก้าวเข้ามา หัวใจดวงเล็กกำลังพองฟูด้วยความปิติยินดี
“ฮาร์ท!” ร่างบอบบางถูกโอบรัดไว้แน่นจนแทบจะกลืนหายไปในอกกว้างนั้น
แสงเทียนถูกจุดขึ้นเมื่อแสงสว่างลับหายไป พร้อมกับกระตุ้นสัญชาติญาณเดิมของเบรียนขึ้นมา ร่างบอบบางเริ่มหอบหายใจพร้อมกับความต้องการที่เริ่มเกิดขึ้น ผ้าแพรเบาบางที่พันกายถูกมือใหญ่ปลดออกช้าๆ ฮาร์ทมองร่างงดงาม ดวงตาที่แปรเปลี่ยนเป็นสีแดงระเรื่อและผมสีดำสนิทราวม่านราตรีตรงหน้า ชายหนุ่มช้อนร่างบางขึ้นก้าวเข้าวางไปที่เตียงกว้าง เขาปลดเสื้อคลุมตนเองออกแล้วแนบร่างลงไปหาร่างอบอุ่นที่อ้าแขนรออยู่
“คิดถึงเจ้าเหลือเกิน” ชายหนุ่มพึมพำ
“ข้าก็เช่นกัน ฮาร์ท”
เสียงหอบหายใจ เสียงครางเริ่มขึ้น แสงเทียนอันนุ่มนวลสาดส่องให้เห็นเงาร่างที่คลอเคลียกันอยู่บนเตียงเนิ่นนาน จนกระทั่งมรสุมผ่านพ้นไป
เบรียนทรงตัวขึ้นนั่งช้าๆ รวบผมยาวสลวยที่เริ่มแปรเปลี่ยนสีไป
“การเดินทางของท่านเป็นอย่างไรบ้าง” ฮาร์ทโอบร่างบางไว้ก่อนจะพูดออกมาเบาๆ
“ข้าไม่ได้เป็นนักบวชอีกแล้ว”
“อะไรกัน” เบรียนหันมามองอย่างตกใจ ฮาร์ทยิ้มเมื่อเห็นท่าทางไม่สบายใจนั้น
“ใช่ ข้าแจ้งต่อศาสนจักรแล้ว ข้าคิดว่าข้าทำงานเพื่อรับใช้พระองค์มามากแล้ว ตอนนี้ข้าอยากมีเวลาเพื่ออยู่ดูแลเจ้า”
“เพราะข้า ข้าต้องบาปมากแน่” เบรียนครางออกมาเบาๆ รับรู้ในสิ่งที่แฝงอยู่ และชายหนุ่มไม่ได้พูดออกมา
“ไม่ นี่เป็นความตั้งใจของข้าก่อนที่จะได้พบเจ้าเสียอีก เพียงแต่มันเร็วขึ้นนิดหน่อยเท่านั้น” ชายหนุ่มกระซิบบอกให้ร่างบางสบายใจ
“จริงหรือ”
“แน่นอน ต่อไปนี้ข้าไม่ต้องเดินทางไปที่ไหนแล้ว ข้าจะอยู่กับเจ้าได้ตลอดเวลา” เขาไม่ได้เสริมต่อว่าการเดินทางไปยังที่ต่างๆ ทิ้งให้เบรียนต้องอยู่ตามลำพัง ทำให้เขาห่วงหน้าพะวงหลังยิ่งนัก หากเกิดเหตุอะไรที่ไม่คาดคิดขึ้นกับเบรียน เขาคงทนไม่ได้
“ข้ารักท่าน ฮาร์ท” เบรียนพึมพำอย่างตื้นตัน
“ข้ารักเจ้าเช่นกัน เบรียน ไปอยู่กับข้านะ อำนาจของตระกูลข้า อำนาจเงินของข้ามีเพียงพอที่จะดูแลเจ้า และไม่ให้ใครเข้ามายุ่งกับพวกเรา ข้าสามารถให้ทุกสิ่งที่เจ้าต้องการได้” ร่างบางยิ้มอย่างอ่อนโยน ดึงร่างสูงลงมาแนบร่างอีกครั้งพร้อมกับกระซิบเบาๆ
“แต่คืนนี้ยังเดือนมืดอยู่เลย แล้วตอนนี้ข้ายังต้องการเลือดอีก ท่านจะทำยังไง” ฮาร์ทสบตาร่างบาง แววตาเปี่ยมด้วยแววปรารถนา
“เรื่องนี้แก้ไขไม่ยากเลย เบรียน ข้าจะสนองให้เจ้าไม่ว่าเดือนมืดหรือคืนที่พระจันทร์กระจ่าง จนเจ้าต้องร้องบอกให้พอเลยทีเดียว”
ร่างบางหัวเราะอย่างร่าเริงประสานกับเสียงหัวเราะอ่อนโยนของชายหนุ่ม ไม่นานก็ขาดหายไปพร้อมกับเสียงกระซิบแผ่วเบาและเสียงหอบหายใจที่ดังขึ้นแทน จนกระทั่งเงียบหายไปเมื่อใกล้รุ่งเช้า
end
................................................
เบรียนยกปลายแขนเสื้อขึ้นเช็ดเหงื่อที่หน้า ก่อนจะยกถังไม้หนาหนักที่มีน้ำเต็มเปี่ยมเข้าไปเทลงในถังน้ำขนาดใหญ่ในห้องพักของนักบวชชั้นสูง ร่างบางถอนหายใจด้วยความเหนื่อยพร้อมกับวางถังไม้ลง เบรียนเม้มริมฝีปากแน่นอย่างเจ็บปวดเมื่อค่อยคลายมือออกแล้วยกมือของตนขึ้นดู มือเล็กบอบบางตอนนี้กลับเต็มไปด้วยตุ่มน้ำใส ซึ่งบางแผลถูกเสียดสีจนแตกเลือดซึม เพราะไม่เคยชินกับงานหนักเช่นนี้มาก่อน
เสียงเปิดประตูดังขึ้นเบาๆ ทำให้เบรียนสะดุ้งเฮือกอย่างระแวง เมื่อร่างบางเงยหน้าขึ้นก็สบตาคมกริบสีเทา ของฮาร์ท !! ร่างสูงใหญ่อยู่ในเสื้อคลุมสีดำสนิท ผมยาวสีเงินถูกรวบไว้ด้านหลัง ท่าทางของเขาดูมีอำนาจจนมองดูน่าจะเป็นนักรบ มากกว่าจะดำรงตำแหน่งหัวหน้านักบวช ที่เขาพึ่งได้รับตำแหน่งนี้จากศาสนจักรมาไม่นาน
เบรียนรีบหลบตาวูบอย่างหวาดกลัว ฮาร์ทเป็นผู้กุมความลับการมีเลือดปีศาจอยู่ครึ่งหนึ่งของเขาไว้ ฮาร์ทรู้ว่าเขาเป็นลูกครึ่งปีศาจหลังจากที่ชายหนุ่มเดินทางมาเพื่อตรวจเยี่ยมโบสถ์เพียงสองสามอาทิตย์เท่านั้น หลังจากนั้นนักบวชหนุ่มได้คอยควบคุมเขาอย่างเข้มงวดเพื่อให้แน่ใจว่าเขาไม่ได้ทำอันตรายผู้อื่น แม้เบรียนจะพยายามอธิบายว่าเขาศรัทธาพระเจ้า และไม่เคยทำร้ายใครมาก่อน แต่เบรียนก็รู้ว่าคำพูดของปีศาจอย่างเขาฟังดูน่าขันและไม่มีน้ำหนักพอที่จะให้ใครเชื่อ
“เป็นอะไรไป” เสียงทุ้มถามขึ้นมา
เบรียนสั่นศีรษะเบาๆ เมื่อได้ยินคำถามนั้น รีบลดมือลงไปซ่อนด้านหลังไม่โต้ตอบอะไร ก่อนจะเลี่ยงไปคว้าถังไม้ เขาไม่อยากให้ฮาร์ทหาเรื่องเขามากไปกว่านี้ แค่ที่สั่งให้เขาทำงานแบบนี้ก็หนักมากพออยู่แล้ว ร่างสูงขมวดคิ้วมองตามมือนั่นแล้วคว้าข้อมือเล็กขึ้นมา
“โอ๊ะ!!!” เบรียนอุทานเบาๆ
“พระเจ้า!! เจ้าทำอะไรกับมือตัวเอง ทำไมไม่บอกข้า” ฮาร์ทรู้สึกโกรธเมื่อเห็นสภาพมือนั้น ตอนที่สั่งงานให้ทำ เขาลืมคิดไปว่าเบรียนบอบบางเกินกว่าหิ้วถังไม้หนักๆ เหล่านั้น
“ไม่เป็นไร มันก็แค่แผลเล็กน้อยเท่านั้น” เบรียนพยายามบิดข้อมือหนี
“ยังจะเถียงอีก” มือใหญ่ลากร่างบางไปที่อ่างน้ำ จับมือเล็กนั้นแช่ลงไป เสียงครางเบาๆ เมื่อบาดแผลกระทบกับน้ำเย็นเฉียบ ทำให้ใบหน้าคมหันมามองแวบหนึ่ง เบรียนกัดริมฝีปากแน่น ดวงตาสีฟ้าสดใสมีน้ำตาคลอเมื่อรู้สึกแสบจนแทบจะทนไม่ไหว นักบวชหนุ่มซับแผลให้อย่างรวดเร็วทาครีมฆ่าเชื้อก่อนจะพันด้วยผ้าลินิน
“งานวันนี้พอแค่นี้ เจ้ากลับไปได้แล้ว”
“แต่งานที่ท่านสั่ง ข้ายังทำไม่เสร็จ”
“ข้าบอกให้เจ้ากลับไป เจ้าจำไม่ได้หรือว่าคืนนี้เดือนมืด” ฮาร์ทตวัดเสียงตอบอย่างเย็นชาขัดกับกริยานุ่มนวลที่พันแผลให้ เบรียนเงยหน้าขึ้นแววตานั้นบ่งบอกถึงความทุกข์ทรมานยิ่งนัก
“ท่านไม่ต้องย้ำเตือนข้า ข้าจำได้ถึงชะตาชีวิตอันบาปหนาของข้าดี ทำไมท่านถึงไม่กำจัดข้าไปเสียเลยนะ จะได้ไม่ต้องลำบากคอยควบคุมข้าอย่างนี้”
เบรียนพูดด้วยน้ำเสียงสั่นพร่าแล้วหมุนตัวออกไป ริมฝีปากบางเม้มแน่น แม้จะพยายามลืมเขายังทำไม่ได้ สัญชาติญาณครึ่งหนึ่งในตัวเขาที่จะตื่นขึ้นมาในคืนที่ท้องฟ้ามืดมิดปราศจากแสงจันทร์ การที่ต้องควบคุมมันนั้นต้องใช้กำลังใจที่กล้าแข็งและดวงจิตที่มั่นคงเท่านั้น เพื่อจะไม่ให้ยอมแพ้กับความกระหายซึ่งคอยเผาผลาญชีวิตเขาให้สั้นลงทุกวัน
“กำจัดเจ้าน่ะหรือเบรียน ข้าจะทำได้ยังไง” ร่างสูงที่อยู่ในชุดคลุมสีดำสนิทถอนใจลึก มองตามร่างบอบบางไปด้วยสายตาลึกซึ้งที่เบรียนไม่มีโอกาสได้มองเห็น
ฮาร์ทตระหนักว่าเวลาการเป็นนักบวชของเขากำลังจะสิ้นสุดลง เมื่อเขาได้พบกับเบรียน อันที่จริงเขามาเป็นนักบวชตามคำขอร้องของนักบวชชั้นสูงของศาสนจักร เพียงเพราะเขามีพลังจิตที่กล้าแข็งรับสัมผัสของปีศาจได้ ซึ่งอำนวยประโยชน์ในการตามรอยและกำจัดปีศาจ และในตลอดการทำงานของเขา ฮาร์ทไม่เคยปราณีในการทำลายปีศาจที่ชั่วร้ายพวกนั้น นั่นเป็นเหตุให้เขาได้รับตำแหน่งหัวหน้านักบวชทั้งที่อายุไม่มาก
แต่เมื่อเขาเดินทางเพื่อดูแลโบสถ์ต่างๆ ในมณฑลยอร์กเชียร์ตามหน้าที่ เพียงแวบแรกที่เขาสบตาสีฟ้างดงามลึกลับแต่แฝงไว้ด้วยแววเศร้าสร้อยของเบรียนผู้ดูแลโบสถ์แห่งนี้ ทำให้ฮาร์ทเกิดความรู้สึกอ่อนโยนได้อย่างประหลาด ความต้องการที่จะช่วยลบความเศร้าออกจากดวงตาคู่นั้น และต้องการที่จะเป็นผู้ดูแลปกป้องร่างบอบบางนั้นทวีขึ้นทุกวัน
แต่ในคืนเดือนมืดของเดือนนั้น!!! ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงไปเมื่อเขาได้รับรู้ถึงกลิ่นอายปีศาจที่เจือจางภายในอาณาบริเวณของโบสถ์ นักบวชหนุ่มติดตามไอปีศาจนั้นไปจนถึงบ้านไม้หลังเล็กที่ถูกตกแต่งงดงามไม่ห่างจากโบสถ์มากนัก และพบตัวตนจริงๆ ของปีศาจที่งดงามตนนั้น ...เบรียน......
แวบแรก ความรู้สึกโกรธและรู้สึกเหมือนตนเองถูกหลอกลวง ทำให้ฮาร์ทแสดงปฏิกิริยาเย็นชาต่อเบรียนอย่างรุนแรง และแปรเปลี่ยนสถานะระหว่างคนทั้งคู่ให้กลับกลายไปเป็นเหมือนผู้ควบคุมกับนักโทษ แม้ฮาร์ทจะไม่เปิดเผยความลับของเบรียนต่อโบสถ์ แต่ก็ได้ลดฐานะของเบรียนจากผู้ดูแลโบสถ์ไปเป็นเพียงผู้รับใช้คอยทำงานทั่วไปไม่มีส่วนร่วมในพิธีกรรม ซึ่งถือว่าเป็นการลงโทษที่รุนแรง สร้างความประหลาดใจให้กับทุกคนเพราะไม่รู้ว่าเบรียนได้ทำสิ่งใดผิด
แม้เบรียนจะต้องทำงานหนักมากขึ้น แต่ร่างบางก็ยอมรับชะตากรรมอย่างเงียบๆ ไม่ได้ปริปากบ่น ฝ่ายนักบวชหนุ่มเสียอีกเมื่อเวลาผ่านไปจนความโกรธลดลง ชายหนุ่มก็พบว่าร่างบอบบางนั้นซูบผอมลงจากการที่ต้องทำงานหนัก และยิ่งรู้สึกเสียใจเมื่อเห็นสายตางดงามสีฟ้าใสหม่นแสงลง แววตาที่มองสบตาเขาโดยบังเอิญแต่ละครั้ง เต็มไปด้วยความทุกข์ทนแกมหวาดกลัว คอยหลบลี้หนีหน้าจนเขากลับเป็นฝ่ายทนไม่ได้ ต้องเป็นฝ่ายหาเรื่องยกเลิกคำสั่งกลางคันบ่อยๆ
c c c c c c
ระหว่างที่เดินกลับกระท่อม เบรียนคิดถึงร่างสูงของนักบวชหนุ่มอย่างทดท้อ เมื่อแรกเจอ ความรู้สึกอบอุ่น ดวงตาที่ทอดมองมาอย่างอ่อนโยนของชายหนุ่มนั้นช่วยเติมเต็มและชดเชยความว้าเหว่ให้เบรียนรู้สึกอบอุ่นมาตลอด แต่คืนนั้นเมื่อชายหนุ่มรู้ว่าเขาเป็นลูกครึ่งปีศาจเขาก็เปลี่ยนแปลงไป
เบรียนหัวเราะเยาะตนเองเบาๆ ‘เรื่องธรรมดา ในเมื่อเขาเป็นปีศาจที่น่ารังเกียจในสายตานักบวชและคนทั่วไป’ ความหวังริบหรี่ที่เคยคาดหวังว่าฮาร์ทอาจจะแตกต่างจากคนอื่นๆ สูญสลายไปตั้งแต่ที่สบสายตากราดเกรี้ยวในคืนวันนั้น ร่างบางสั่นศีรษะอย่างพยายามลืมแล้วมองไปที่ขอบฟ้า เขามัวแต่เดินคิดพระอาทิตย์กำลังจะลับแสงไปแล้ว เบรียนเริ่มรู้สึกถึงร่างกายที่กำลังเปลี่ยนแปลงทำให้ต้องเร่งฝีเท้าเร็วขึ้น
ไม่!! อย่าเพิ่ง.....
ปัง!!
เมื่อสิ้นเสียงปิดประตูที่ดังตามหลัง ร่างบางก็ทรุดฮวบลงคุกเข่ากับพื้นแขนโอบกอดรอบตัวเองแน่นรู้สึกร่างกายรุ่มร้อนทรมาน ในกายราวกับมีกองเพลิงเผาผลาญ ปากคอแห้งผาก ร่างกายเขากำลังต้องการเลือดเพื่อหล่อเลี้ยงชีวิต
การที่เขายังมีเลือดมนุษย์จากแม่อยู่ครึ่งหนึ่ง ไม่ใช่ปีศาจสายเลือดบริสุทธิ์เช่นเดียวกับพ่อ ทำให้เบรียนรู้ว่าแม้เขาจะสามารถอดทนผ่านพ้นมันไปได้ทุกเดือน แต่ชีวิตของเขาคงจะสั้นลงเรื่อยๆ เพราะเขาไม่ยอมดำเนินชีวิตด้วยเลือดมนุษย์เช่นเดียวกับปีศาจตนอื่นๆ
เพราะแม้จะเป็นเพียงคืนเดียวในหนึ่งเดือน ที่เขาต้องการเลือดมาหล่อเลี้ยงส่วนที่เป็นปีศาจของตนเองก็ตาม แต่เบรียนทำไม่ได้ เขานับถือพระเจ้าไม่ต้องการสร้างบาป และถ้าการฆ่าตัวตายไม่ใช่บาปอันร้ายแรงแล้ว เบรียนอาจฆ่าตัวตายไปแล้วก็ได้ เพราะไม่รู้ว่าตนเองจะอดทนกับสัญชาติญาณของปีศาจไปได้นานขนาดไหน สำหรับเขาคงทำได้แค่รอเวลาที่ร่างกายจะสูญสลายไปตามอายุขัยเท่านั้น
“อึ๊ก...” เบรียนกัดริมฝีปากแน่น เมื่อรู้สึกถึงความทรมานที่ทวีขึ้น ร่างบางคลานไปที่เตียงทรุดร่างลงนอนคุดคู้
“ไม่...” ร่างบางครางอย่างทรมาน เขาจะไม่ยอมแพ้ เมื่อร่างบางกระพริบตาขึ้นอีกครั้งดวงตาสีฟ้าเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงเรื่อเรือง เรือนผมสีบล็อนด์ยาวสลวยเปลี่ยนเป็นสีดำสนิทราวกับสีของท้องฟ้าในคืนเดือนมืด
เบรียนจับผมของตนเองแล้วครางเบาๆ เมื่อนึกถึงวันที่ฮาร์ทเปิดประตูเข้ามาเจอ สายตานั้นเต็มไปด้วยโทสะจนเบรียนคิดว่าตนเองกำลังจะถูกฆ่าเสียแล้ว แต่ร่างสูงหันกายเดินออกไปเงียบๆ เสียงปิดประตูตอนนั้นดังสนั่นในความรู้สึกของเบรียน เช้าวันต่อมาทุกอย่างก็เปลี่ยนแปลงไปโดยสิ้นเชิง เมื่อเบรียนสบตาสีเทาที่เย็นชาและโกรธเกรี้ยวคู่นั้น ความทุกข์ทรมานทางกายที่ต้องเผชิญในทุกเดือน แทบจะเทียบไม่ได้กับความเจ็บปวดที่ได้สูญเสียความหวังบางสิ่งบางอย่าง อย่างไม่มีวันได้คืนมา
ร่างบางหลับตาลง ผิวกายเริ่มร้อนผ่าวและไวต่อสัมผัสอย่างแปลกประหลาดเหมือนทุกครั้งจนต้องกระชากเสื้อผ้าที่พันกายออก เพราะทนไม่ได้แม้แต่การเสียดสีจากเนื้อผ้าบางเบา ร่างบางขดตัวกลมแน่นระหว่างรอคอยให้กลางคืนผ่านพ้นไป สติเริ่มเลือนรางจนไม่ได้รับรู้ถึงเสียงประตูกระท่อมที่เปิดออก
ฮาร์ทมองดูร่างเปลือยงดงามที่ขดตัวอยู่บนเตียง แม้จะเป็นคืนเดือนมืดแต่ร่างนั้นราวกับจะเปล่งประกายด้วยผิวที่ขาวนวล ทั้งร่างปกคลุมด้วยผมยาวสยายสีดำสนิทเท่านั้น ได้ยินเสียงหอบหายใจและเสียงครางดังเบาๆ การเปลี่ยนแปลงบางอย่างที่เบรียนเข้าใจว่าเป็นแค่เพียงความกระหายเลือดตามสัญชาติญาณปีศาจถูกปลุกให้ตื่น
ฮาร์ทก้มหน้าลงไปช้าๆ พร้อมๆ กับดวงตาสีแดงเรื่อกระพริบวูบลืมตาขึ้นมาเมื่อได้กลิ่นอายมนุษย์ แววตาเปล่งประกายลึกลับเต็มไปด้วยแววปรารถนาและความต้องการที่เก็บกดไว้ ฮาร์ทขมวดคิ้วอย่างสงสัยก่อนจะยิ้มบางเบาเมื่ออ่านแววตานั้นออก
“เจ้ากำลังต้องการอะไรกันแน่เบรียน ใช่สิ่งที่ข้ากำลังคิดอยู่หรือไม่นะ” นักบวชหนุ่มพึมพำเบาๆ แม้จะรู้ว่าเบรียนไม่สามารถรับรู้อะไรในตอนนี้ได้
มือใหญ่จับคางเล็กๆ นั้นให้เงยหน้าขึ้นก่อนจะแนบริมฝีปากลงไปที่ลำคอระหง ไล้เลียลงมาตามไหล่ลาดขาวนวล
“อ๊ะ...อ๊า...” ร่างบอบบางบิดกายเร่าเมื่อผิวที่ไวต่อการสัมผัสได้รับการตอบสนอง ริมฝีปากร้อนผ่าวที่ไล่ลงมากระตุ้นสัญชาติญาณและความต้องการให้ทวีสูงขึ้น แววตาลึกลับเต็มไปด้วยความปรารถนา แขนเรียวถูกยกขึ้นโอบกอดร่างสูงใหญ่ที่คร่อมเหนือตัว ร่างบอบบางแอ่นกายเสนอให้อย่างเต็มใจ สติเลือนหายไปด้วยแรงปรารถนาที่ลุกโชนขึ้น
“อืมม์..เบรียน” ร่างสูงครางอย่างพอใจ เมื่อมือเล็กคลำไปทั่วร่างเขาอย่างเปะปะ ไขว่คว้าเพื่อตอบสนองสัญชาติญาณของตน ชายหนุ่มลุกขึ้นถอดเสื้อผ้าอย่างรวดเร็วก่อนจะแนบร่างสูงกลับลงไปอีกครั้ง
“อือ..อ้ะ อา..” เบรียนครางขยับร่าง รู้สึกถึงความเสียวซ่านที่พุ่งปราดเมื่อผิวหนังร้อนผ่าวของตนเองเสียดสีกับร่างแกร่งที่ทาบทับอยู่ข้างบนจนต้องขยับกายดิ้นเร่าอย่างทนไม่ได้ แว่วเสียงหัวเราะเบาอย่างพอใจแฝงไว้ด้วยชัยชนะ แต่ตอนนั้นเบรียนไม่รับรู้อะไรนอกจากแสวงหาการปลดปล่อยของตนเอง
มือใหญ่พลิกร่างบาง ปลายลิ้นไล้เลียตามแผ่นหลังบอบบาง ไล่ลงมาที่สะโพกมน เสียงคราง และหอบหายใจดังจากร่างบาง ร่างเกร็งเมื่อปลายนิ้วเรียวแทรกเข้าไปในช่องทางต้องห้ามนั้น
“ฮึก..อึ้ก..” นิ้วเรียวเพิ่มจำนวนนิ้วแล้วขยับเข้าออกช้าๆ ความคับแน่นรัดรอบปลายนิ้วจนฮาร์ทต้องค่อยๆ ขยับ แต่สะโพกบางกลับเร่งเร้าเขาจนต้องขยับนิ้วเร็วขึ้น อีกมือหนึ่งเอื้อมไปสัมผัสส่วนที่ตื่นตัวระหว่างต้นขาเรียวงาม ปลายนิ้วเคล้าคลึงอย่างชำนาญ
“อา เบรียน” ฮาร์ทครางเมื่อรู้สึกถึงความตึงแน่นที่ต้นขาตนเองจนเกือบทนไม่ไหว ชายหนุ่มถอนนิ้วออก เสียงครางอย่างผิดหวังกึ่งประท้วงดังเบา ทำให้ฮาร์ทยิ้มมือแข็งแรงจับเอวบางไว้แน่น จ่อความแข็งแกร่งร้อนผ่าวไปยังช่องทางที่นำร่องไว้ด้วยนิ้วเรียวค่อยสอดใส่ช้าๆ พยายามระวังแต่ความเร่าร้อนของร่างบอบบางทำให้ฮาร์ททนไม่ไหว ชายหนุ่มสูดลมหายใจเฮือกหนึ่งแล้วสอดแทรกเข้าไปในร่างบางอย่างรวดเร็ว
“อาาา...” เสียงครางหนักๆ อย่างพอใจความตึงแน่นกระชับรอบความร้อนผ่าวของเขา ฮาร์ทตาลายไปด้วยความสุขสมจนแทบไม่ได้ยินเสียงกรีดร้องจากร่างบางที่ทาบทับอยู่ เบรียนหลับตาแน่น รู้สึกตึงแน่นในท้องน้อยร่างกายราวกับจะปริแยกเมื่อความกำยำของชายหนุ่มฝังเข้ามาในตัวจนหมดสิ้น
ร่างบางหอบหายใจหนักๆ ระหว่างที่ฮาร์ทรอให้ร่างบางปรับตัว แล้วเริ่มขยับสะโพกเข้าออกช้าๆ ระหว่างต้นขานุ่มนวลคู่นั้น แล้วเร่งจังหวะเร็วขึ้น เบรียนลืมทุกอย่างไปหมดสิ้นรับรู้เพียงร่างแกร่งกำยำที่กำลังสอดแทรกเข้ามาในร่างกาย มือที่ลูบคลำความตื่นตัวของเขา ริมฝีปากที่ขบเม้มลงมาที่ต้นคอพอให้รู้สึก ร่างบอบบางบิดกายตอบสนองตามสัณชาติญาณตามความต้องการอันบริสุทธ์อย่างไม่อับอาย
เสียงหอบหายใจ เสียงครางเป็นระยะตามจังหวะรักที่เร็วขึ้น จนกระทั่งร่างบางทนไม่ไหวกรีดร้องร่างเกร็งฉีดพุ่งความร้อนผ่าวออกมาเปรอะเปื้อนมือที่ลูบคลำอย่างหนักหน่วงนั้น
“อ๊าาาาา......”
“เบรียน” ฮาร์ทครางอย่างพอใจถอนกายออกมาแล้วกระแทกสะโพกแกร่งเข้าไปอย่างหนักหน่วง บดขยี้หน้าขากับบั้นท้ายนุ่มนั้นแนบแน่น หลั่งรินความปราถรถนาเข้าสู่ร่างบอบบาง ร่างเขากระตุกหลั่งเป็นจังหวะในช่องทางคับแคบนั้นจนเอ่อนองออกมาตามต้นขาเรียว
ร่างสูงฟุบตัวลงบนแผ่นหลังบอบบางนั้น ชายหนุ่มพริ้มตาลงแต่แล้วก็ขยับลืมขึ้นอีกครั้งอย่างแปลกใจเมื่อเห็นผมสีดำสนิทเริ่มจางลง แล้วกลับกลายเป็นสีบล็อนด์งดงามเฉกเช่นเดิม ชายหนุ่มขยับถอนสะโพกออกอย่างรวดเร็ว ทำให้ร่างบางที่อยู่ใต้ร่างเขาสะดุ้งเฮือก มีเสียงครางประท้วงดังแผ่วๆ มา
ฮาร์ทพลิกร่างบางขึ้น เบรียนขยับตัวก่อนจะลืมตาอย่างอ่อนแรง ฮาร์ทยิ้มเมื่อสบตาสีแดงเรื่อที่กำลังเปลี่ยนเป็นฟ้าใสงดงาม ก่อนที่ตาคู่นั้นจะปิดลงอย่างเหนื่อยอ่อนแล้วหลับใหลไปเกือบจะทันที
“หึ หึ หึ ...” ฮาร์ททิ้งศีรษะลง หัวเราะเบาๆ อย่างพอใจเมื่อได้คำตอบที่สงสัย นี่เป็นการค้นพบที่ไม่คาดคิด นักบวชหนุ่มกระชับร่างบางไว้แนบแน่นก่อนจะดึงผ้ามาคลุมร่างแล้วพริ้มตาลงเช่นกัน
c c c c c c
ฮาร์ทนอนมองร่างบอบบางที่หลับเงียบอยู่ เสียงลมหายใจสม่ำเสมอไร้วี่แววทรมาน สายตาคมกริบกวาดตาดูร่างบอบบางงดงามอย่างสบายใจ ผิวกายขาวนวลดูเรืองรองท่ามกลางแสงเทียน อากาศยามดึกที่ค่อนข้างเย็นทำให้ร่างบางเบียดเข้าหาความอบอุ่นจากร่างสูง
เบรียนขยับตัวแล้วก็ต้องถอนใจอย่างอึดอัดเมื่อรู้สึกถึงอะไรหนักๆที่ทาบทับอยู่ ร่างบางใช้มือผลักออกขยับถอยหนีแต่แล้วก็ต้องสะดุ้งลืมตาอย่างรวดเร็ว เมื่อปลายนิ้วสัมผัสกับผิวเนื้ออบอุ่นของร่างสูงที่นอนเบียดอยู่
“ฮาร์ท” เบรียนพึมพำแผ่วเบาเมื่อสบดวงตาสีเทาที่กำลังมองอยู่ ร่างบางทบทวนเรื่องที่ผ่านมาอย่างงงๆ แล้วก็หน้าแดงระเรื่อ รู้สึกอับอายเมื่อจำเหตุการณ์ต่างๆได้ เบรียนขยับตัวอย่างรวดเร็วแต่แล้วก็ต้องครางเบาๆด้วยความเจ็บปวด รู้สึกร่างกายช้ำระบมไปหมด
“อย่าขยับเร็วอย่างนั้นสิ” ฮาร์ทพูดยิ้มๆ ขณะที่เอื้อมมือไปคว้าเอวบางดึงมาเกยบนร่างตน
“ท่าน ปล่อยข้านะ” เบรียนพยายามดิ้นให้หลุดจากอกกว้างนั้น แต่ฮาร์ทแข็งแรงเกินกว่าที่ร่างบางจะหลุดพ้น
“ทีเมื่อครู่ เจ้าเกาะเกี่ยวข้าไว้แน่น ไม่เห็นอยากให้ข้าอยู่ห่างเลยนี่นา” เบรียนหน้าแดงด้วยความอายเมื่อได้ยินชายหนุ่มพูดด้วยนั้น
“ท่าน ...ท่านกล้าทำอย่างนี้ได้อย่างไร โอ! พระองค์ขอได้ทรงโปรดยกโทษให้ข้าด้วย” เบรียนพึมพำเสียงสั่น ร่างบางรู้สึกหวาดหวั่นกับบาปที่ได้กระทำลงไป
“ข้าไม่สนใจ หากพระองค์จะลงโทษ ข้าก็พร้อมที่รับโทษพร้อมกับเจ้า อย่ากลัวไปเลย” ฮาร์ทตอบอย่างอ่อนโยน แววตาที่ทอดมองมาอ่อนโยนเช่นที่แรกเจอ จนเบรียนรู้สึกอบอุ่นและปลอดภัย ร่างบางมีน้ำตาเอ่อคลอพร้อมกับครางรับรู้แผ่วเบาในคอ
ฮาร์ทขยับลุกนั่งจับร่างบางซ้อนไว้ที่ตักกว้าง เหลือบตาดูร่างบอบบาง พร้อมกับไล่สายตาลงต่ำ เบรียนครางเบาพร้อมกับรีบอิงร่างเข้าหาอกกว้างเพราะไม่อยากให้ชายหนุ่มพิจารณามากไปกว่านี้
“ท่านลืมไปแล้วหรือว่าท่านเป็นนักบวช แล้วข้าเป็นเป็นลูกครึ่งปีศาจ ถ้าข้าไม่สามารถควบคุมตัวเองได้แล้วทำร้ายท่าน ท่านจะทำอย่างไร” เบรียนทักท้วงออกมาอย่างอ่อนแรงเมื่อมือไม้ชายหนุ่มเริ่มลูบไล้ไปทั่งแผ่นหลัง พร้อมกับจมูกปากที่เริ่มซุกซนไปตามแก้มและคางของร่างในอ้อมแขน
“อืมม์” ฮาร์ทพึมพำเสียงผะแผ่ว ไม่สนใจกับคำถามนั้นในเมื่อมีสิ่งที่น่าสนใจกว่าอยู่ตรงหน้า
“ฮาร์ท ท่าน....” มือเล็กจิกไปที่แผ่นหลังกว้าง ทำให้นักบวชหนุ่มเงยหน้าขึ้น แกล้งถอนใจแรงๆ
“เจ้าไม่สังเกตเลยหรือ ตอนนี้ยังเป็นคืนเดือนมืดอยู่นะ” ชายหนุ่มเตือนความจำ
เบรียนนิ่งไปแล้วก็คิดได้ ใช่สิ! ทำไมเขาถึงไม่รู้สึกถึงความกระหายและความต้องการเลือดเลย ในเมื่อทุกครั้งเขาจะต้องทนทรมานอยู่จนรุ่งสาง ร่างบางคิดอย่างงุนงง
“ไม่เข้าใจอีกหรือ เบรียน ความต้องการของเจ้าสามารถเติมเต็มและทดแทนด้วยอย่างอื่น” ฮาร์ทมองดูร่างบางที่ทำหน้าครุ่นคิด แล้วก็ยิ้มเมื่อเห็นแววตาสีฟ้าใสรับรู้อย่างตกใจ แล้วร่างบางก็แทบจะแดงไปทั้งตัวด้วยความอับอายเมื่อเข้าใจในสิ่งที่เขาพูด
“หมะ..หมาย..ความว่า..” เบรียนชะงักคำพูดด้วยความอาย หมายความว่าถ้าเขาร่วมรักกับใครในคืนเดือนมืดก็สามารถทดแทนความต้องการเลือดของเขาได้งั้นหรือ
ฮาร์ทฉวยโอกาสที่เบรียนยังคงงุนงง จับต้นขาเรียวของร่างบางแยกออกกว้างคร่อมตักเขาไว้ เสียดสีความแข็งแกร่งเข้ากับบั้นท้ายนุ่ม
“ฮาร์ท” เบรียนอุทานแล้วครางเบาๆ เมื่อนิ้วเรียวลากลงมาตามยอดอกไปสิ้นสุดที่ต้นขางดงามลูบไล้เขาอย่างแผ่วเบาในตอนแรก ก่อนจะเพิ่มความหนักหน่วงขึ้น
“ไม่..อย่าทำอย่างนี้..ข้ายังเจ็บมากอยู่เลย” เบรียนห้ามเสียงแผ่ว
“อืมม์ เจ้าอิ่มแล้วหรือ ไม่หรอก ข้าจะให้เจ้าอีกจนเต็มอิ่ม เพื่อจะได้แน่ใจว่าคืนนี้เจ้าจะไม่ต้องการเลือดแล้ว” ฮาร์ทพึมพำขณะปลายลิ้นดูดดื่มยอดอกแดงระเรื่อ ร่างบางแอ่นอกให้ร่างกายมีปฏิกิริยากับสัมผัสนั้นทันทีร่างเริ่มร้อนผ่าวลมหายใจถี่เร็วขึ้น ชายหนุ่มค่อยยกเอวบางขึ้นจ่อความแข็งแกร่งไว้แล้วกดร่างบางลง
“อืมม์ ฮาร์ท...” เบรียนวางมือบนไหล่กว้างลืมตามองสบสายตาสีเทาเข้มด้วยแรงปรารถนา เขาเคยนึกได้อย่างไรว่าฮาร์ทเย็นชา ในเมื่อตอนนี้ชายหนุ่มร้อนเป็นไฟราวกับจะเผาผลาญเขา เบรียนมองลึกลงไปแล้วก็รู้สึกอบอุ่น เมื่อมองเห็นแววตาคู่เดิมที่เคยทอดมองเขาอย่างอ่อนโยนรักใคร่
ฮาร์ทยิ้มออกมาอย่างอ่อนโยน เมื่อร่างบางเริ่มขยับตามการชี้นำจากมือแข็งแรง ไม่นานร่างบอบบางก็พลิ้วไหวด้วยตามความต้องการอย่างลืมตัว สะโพกบางบดเบียดกับหน้าตักของฮาร์ท ความชุ่มชื้นจากชายหนุ่มทำให้การสอดแทรกแต่ละครั้งเข้าไปได้สุดความแกร่ง ความเจ็บปวดของร่างบางลดลงเหลือแต่ความเสียวซ่าน เสียงครางนุ่มหวานเต็มไปด้วยอารมณ์ ศีรษะสะบัดเงยหน้าขึ้น ปอยผมเปียกชื้นเหงื่อ ยุ่งเหยิงไปทั่วแผ่นหลัง
ในที่สุดร่างบางกรีดร้องประสานกับเสียงครางหนักๆ ของชายหนุ่มดังขึ้น เกือบจะพร้อมๆ กับฉีดพุ่งความปรารถนาออกมา เบรียนพับลงกับร่างสูงอย่างหมดแรง
c c c c c c
ฮาร์ทพับจดหมายลงช้าๆ สีหน้าของนักบวชหนุ่มเคร่งขรึมเวลาในการตัดสินใจมาถึงแล้ว จดหมายเรียกตัวจากศาสนจักร อาจารย์ของเขาต้องการให้เขากลับไปอยู่ที่นั่น นักบวชหนุ่มกำลังนึกถึงอำนาจของศาสนจักรที่ทุกคนต้องการ แล้วก็รู้ว่าเขาไม่ได้ปรารถนามันแม้แต่น้อย ด้วยฐานะและที่ดินที่เขาครอบครองอยู่ก็มากมายพออยู่แล้ว และที่สำคัญ ...เบรียน.... ฮาร์ทยิ้มอย่างอ่อนโยน ร่างบางทำให้เขาตัดสินใจได้อย่างง่ายดาย
“เบรียนเจ้าชอบที่นี่มากหรือเปล่า” ร่างบางที่กำลังเกยคางไว้บนอกกว้างเงยหน้าขึ้นมองอย่างประหลาดใจกับคำถามลอยๆ นั้น
“อืมม์ ท่านถามทำไม” เบรียนขยับร่างนุ่มนวล เสียดสีกับร่างแกร่งที่เขานอนทับอยู่
“อ๊ะ..!” ฮาร์ทสูดลมหายใจลึก เสียงหัวเราะแผ่วเบาดังขึ้นทันที มือบอบบางไล้ไปตามอกกว้าง
“เดี๋ยว เบรียนคุยกันก่อน” ฮาร์ทรวบมือเล็กไว้ทันทีก่อนที่ตัวเองจะอารมณ์เตลิดไปจนไม่ทันได้คุยอะไรกัน
“ท่านคุยไปสิ ข้ากำลังฟังอยู่นี่ไง” เมื่อมือถูกรั้งไว้ ริมฝีปากแดงระเรื่อก็ก้มลงจุมพิตไปที่สันกรามแข็งแรงก่อนจะเรื่อยลงมา
“เบรียน....อืมม์..” ฮาร์ทคราง เบรียนอมยิ้มพึมพำชิดผิวกายชายหนุ่ม
“ใช่ ข้ารักที่นี่มาก เป็นที่แห่งเดียวที่ข้าอยู่แล้วอบอุ่น ทุกคนเป็นมิตรกับข้า” ร่างสูงชะงักอย่างไม่สบายใจเมื่อได้ยินคำตอบนั้น ชายหนุ่มกำลังจะเอ่ยปากแต่ก็ต้องครางออกมาเมื่อริมฝีปากบางจู่โจมความเป็นชายของเขา ปลายลิ้นเล็กๆ ที่ตวัดรอบความแกร่งนั้นทำให้ความคิดที่จะโต้แย้งปลิวหายไป
เบรียนตาลายวูบหนึ่งก็รู้ตัวว่าถูกพลิกลงมาอยู่ด้านล่างอย่างรวดเร็วต้นขาแยกกว้าง ขณะฮาร์ทยิ้มแล้วแทรกความแข็งแกร่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว
“อึ๊ก....” เบรียนครางเมื่อรู้สึกถึงความเต็มแน่นไปทั่วท้องน้อย หลังจากนั้นชายหนุ่มเริ่มจังหวะรักที่รุนแรง จนไม่นานร่างบางก็ต้องกรีดร้องและหลั่งรินความร้อนผ่าวออกมาพร้อมกับๆ ร่างสูง
c c c c c c
เบรียนปิดประตูมือสั่นระริก ในที่สุดเวลานั้นมาถึงแล้ว ร่างบางนึกถึงถ้อยคำที่แอบได้ยินมา ฮาร์ทกำลังจะไปจากที่นี่ มิน่าช่วงอาทิตย์ก่อนชายหนุ่มเหมือนมีอะไรจะบอกเขาแต่ด้วยสัญชาติญาณทำให้เบรียนพยายามหลบเลี่ยงไม่ต้องการที่จะรับรู้ ความสุขไม่มีวันยั่งยืนแต่เขาก็พยายามยืดเวลามันออกไป ตอนนี้คงไม่สามารถเลี่ยงได้อีกแล้ว
ร่างสูงเปิดประตูกระท่อมเข้ามาช้าๆ ฮาร์ทถอนใจหนัก โยนเสื้อคลุมไปพาดไว้กับขอบเก้าอี้ ใกล้ถึงเวลาที่เขาจะต้องเดินทาง คงจะต้องหาเวลาคุยกับเบรียนแล้ว
“ท่านกำลังจะไปจากที่นี่?” เสียงนุ่มนวลถามเบาๆ ทำให้ฮาร์ทหันขวับมามองทันที ร่างบางนั่งอยู่ริมหน้าต่าง เสี้ยวหน้าอยู่ในเงามืดทำให้เขาไม่สามารถมองเห็นแววตาสีฟ้างดงามคู่นั้นได้ ฮาร์ทยกมือเสยผม
บ้าจริง! เขาอุตส่าห์รอจังหวะเพื่อจะบอกเบรียนด้วยตัวเองร่างบางกลับไปรู้มาเสียก่อน
“เจ้ารู้ได้อย่างไร”
“ข้าได้ยินทุกคนพูดกัน ท่านจะไปเมื่อไร” น้ำเสียงนั้นเรียบเฉยยิ่งนักทำให้ฮาร์ทรู้สึกหงุดหงิด
“อาทิตย์หน้า หลังจากคืนเดือนมืด”
“งั้นหรือ” เบรียนส่งเสียงรับรู้แผ่วเบา
“เจ้าไม่สนใจเลยล่ะสิว่าข้าจะอยู่หรือจะไป” ร่างสูงถามพร้อมกับอารมณ์หงุดหงิดที่ทวีขึ้น
“ถึงข้าจะสนใจคงไม่มีประโยชน์ไม่ใช่หรือในเมื่อถึงอย่างไรท่านก็ต้องไป ท่านมีหน้าที่ที่ต้องทำในฐานะหัวหน้านักบวชอยู่แล้ว” ครั้งนี้ฮาร์ทรับรู้ถึงน้ำเสียงเศร้าสร้อย ชายหนุ่มคว้าร่างบางลุกขึ้นสบตาร่างบางนั้น
“ข้าต้องการให้เจ้าไปกับข้า”
“ข้าไปไม่ได้ ข้าไม่สามารถอยู่ร่วมกับท่านได้ ท่านก็รู้ หากมีคนล่วงรู้ว่าข้ามีเลือดปีศาจอยู่ครึ่งหนึ่ง ข้าจะทำให้ท่านตกอยู่ในฐานะลำบาก”
“เบรียน ข้าจะไม่ทิ้งเจ้าไว้ที่นี่เพียงคนเดียว”
“ท่านไม่ต้องห่วงข้า ข้าเพียงดำเนินชีวิตเช่นเดียวกับตอนที่ยังไม่พบท่าน” เบรียนพึมพำเบาๆ แต่ภายในใจกำลังหวั่นไหว เขาจะอยู่ได้จริงหรือ หลังจากที่ได้รู้จักความรักเขาจะอยู่โดยปราศจากมันได้ใช่ไหม แววตาอ่อนแอวูบไหวและยอมรับต่อชะตากรรม จนทำให้ใจของชายหนุ่มเจ็บปวด ไม่ เขาไม่ยอมรับมันง่ายๆ อย่างนี้แน่
“เบรียนข้าไม่อยากให้เจ้าทรมานทุกเดือน เจ้าต้องไปกับข้า” ฮาร์ทออกคำสั่ง
“ข้าทนได้ ฮาร์ทมันก็แค่กลับไปเหมือนเดิม อย่าห่วงเลยข้าจะไม่ทำร้ายมนุษย์ ข้าทำเช่นนั้นไม่ได้หรอก” เบรียนเงยหน้าขึ้นมองนักบวชหนุ่มอย่างสิ้นหวัง
“และถ้ามันรุนแรงขึ้นมากจนข้าทนไม่ได้ ข้าก็รู้จักวิธีตอบสนองความกระหายของข้าแล้ว เรื่องแบบนี้จะเป็นใครก็ได้ไม่จำเป็นต้องเป็นท่านเท่านั้น ไม่ใช่หรือ”
“เบรียน เจ้ากล้า.....เจ้าจะทำเช่นนั้นได้หรือ” ฮาร์ทอุทานออกมาอย่างโกรธเกรี้ยวแกมตกใจเมื่อรู้ว่าร่างบางคิดอะไรอยู่ เบรียนยกมือขึ้นปิดปากกลั้นสะอื้น ฮาร์ทกระชากร่างบางเข้ามากอดไว้แน่น
“ไม่ ข้าคงทำไม่ได้หรอก แค่คิดว่าจะมีใครแตะต้องข้าเช่นเดียวกับท่าน ข้าก็ทนไม่ได้แล้ว” ฮาร์ทโอบร่างบางไว้แนบแน่น ร่างบางสั่นสะท้านด้วยแรงสะอื้น ชายหนุ่มตัดสินใจ
“ถ้าเช่นนั้น เบรียน เจ้ารอข้า ข้าจะกลับมาหาเจ้าก่อนคืนเดือนมืดเดือนหน้าแน่นอน ข้าจะไม่ให้เจ้าต้องทุกข์ทรมานอีก”
“ไม่จำเป็นหรอกฮาร์ท ข้าบอกแล้วว่าไม่จำเป็น”
“เงียบเถอะเบรียน ข้าจะทิ้งหัวใจข้าไว้ได้อย่างไร” ร่างสูงก้มลงปิดริมฝีปากนั้นด้วยจุมพิตหนักหน่วง เบรียนตอบสนองจุมพิตนั้นอย่างสิ้นหวัง เขาอยากจะเชื่อคำพูดนั้นแต่ทุกอย่างในโลกนี้ไม่มีอะไรที่แน่นอน
“คืนนี้อยู่กับข้าได้หรือไม่” เบรียนกระซิบถาม ฮาร์ทสบตาสีฟ้าใสที่มีแววยอมแพ้และไม่ยอมคาดหวังถึงอนาคตนั้นแล้วก็ถอนหายใจ ‘ไม่เป็นไร เมื่อเขากลับมาเขาจะทำให้เบรียนเชื่อมั่นในตัวเขา พูดไปตอนนี้คงไม่มีประโยชน์’
“แน่นอนเบรียน ข้าจะอยู่กับเจ้า” ฮาร์ทกระซิบเบาช้อนร่างบางขึ้น ทำให้เบรียนคลี่ยิ้มออกมาตอนนี้เขาจะรับในสิ่งที่ฮาร์ทให้เขาได้ แขนเรียวแขนรอบคอแข็งแรงและพริ้มตาลงเมื่อแผ่นหลังแตะที่นอนนุ่ม
ฮาร์ทถอนใจเมื่อมองหาร่างบอบบางไม่พบ เบรียนจะไม่มาส่งเขาแน่หรือ เมื่อคืนนี้ขณะอยู่ร่วมกันเบรียนพยายามฝืนยิ้ม พูดคุยร่าเริง แต่แววตาเศร้าหมองจนฮาร์ทรู้สึกเจ็บปวดที่ทำให้ร่างบางเชื่อเขาไม่ได้ จนชายหนุ่มเกือบเปลี่ยนใจไม่กลับไปแล้ว แต่พอเบรียนรู้เข้ากลับตกใจและไม่ยอมเพราะกลัวว่าจะมีผลต่อตำแหน่งหัวหน้านักบวชของเขา
ชายหนุ่มยิ้มบางบางมุมปากเมื่อเมื่อนึกถึงการร่ำลาหลังจากนั้น ร่างบอบบางช่างอบอุ่นและตอบสนองความต้องการเร่าร้อนของเขาจนเกือบรุ่งเช้า เสียงคราง กระซิบบอกรักอ่อนหวานทำให้เขาเกร็งสะท้านและปลดปล่อยอย่างรุนแรง จนแทบจะทำให้เบรียนช้ำไปทั้งตัว
ร่างสูงก้าวขึ้นรถม้า เอนหลังพิงพนักเก้าอี้เมื่อรถม้าเริ่มเคลื่อนที่ตีวงโค้งอ้อมพ้นทางโค้งหน้าโบสถ์ แล้วร่างสูงก็ดึงตัวขึ้นนั่งอย่างรวดเร็วริมฝีปากคลี่ยิ้มอย่างลืมตัวเมื่อเห็นเงาร่างบอบบางที่คุ้นตาคุ้นใจยืนมองบนเนินหญ้า
เบรียน!!! ฮาร์ทมองร่างบางจนรถม้าเลี้ยวโค้งเนินหญ้าลับตาไปพร้อมกับเงาร่างนั้น
“รอข้านะ เบรียน” ชายหนุ่มกระซิบเหมือนจะให้ได้ยินไปถึงเบรียน
ร่างนั้นมองตามรถม้าคันนั้นจนลับสายตา ก่อนจะหมุนตัวกลับเงาร่างบางดูโดดเดี่ยวท่ามกลางเนินหญ้ากว้างใหญ่
แม้จะรู้ว่าไม่ควร แต่คำสัญญาที่หนักแน่นนั้นก็ทำให้อดคาดหวังไม่ได้
“ข้าจะรอท่าน ฮาร์ท”
c c c c c c
เดือนต่อมา
เบรียนนั่งอยู่ที่ระเบียงท่ามกลางไม้ดอกนานาพันธ์ที่เริ่มหุบกลีบพร้อมๆ กับแสงจากดวงอาทิตย์ที่กำลังลับหายไป สายตาทอดมองไปยังทางเดินแคบเล็กที่ทอดมาสู่กระท่อม ท้องฟ้าเริ่มถูกปกคลุมด้วยม่านแห่งรัตติกาลพร้อมๆ กับเลือดครึ่งหนึ่งในร่างเขาเริ่มตื่นขึ้น ร่างบางพริ้มตาลง
“ฮาร์ท ท่านอยู่ที่ใด หรือท่านจะไม่กลับมาที่นี่อีกแล้ว” น้ำตาแวววับค่อยกลิ้งลงมาช้าๆ แม้จะพยายามเตือนตนเองไม่ให้คาดหวังแต่พอมันเกิดขึ้นจริงๆ ความเจ็บปวดนั้นเกินจะทนรับได้ เบรียนลุกขึ้นช้าๆ ร่างบางกำลังจะหมุนกายแล้วก็ชะงัก
“เบรียน!”
เบรียนค่อยๆ เงยหน้าขึ้นเมื่อได้ยินเสียงที่คุ้นหู ริมฝีปากบางแย้มออกอย่างลืมตัวเมื่อเห็นเงาร่างที่เจนใจก้าวเข้ามา หัวใจดวงเล็กกำลังพองฟูด้วยความปิติยินดี
“ฮาร์ท!” ร่างบอบบางถูกโอบรัดไว้แน่นจนแทบจะกลืนหายไปในอกกว้างนั้น
แสงเทียนถูกจุดขึ้นเมื่อแสงสว่างลับหายไป พร้อมกับกระตุ้นสัญชาติญาณเดิมของเบรียนขึ้นมา ร่างบอบบางเริ่มหอบหายใจพร้อมกับความต้องการที่เริ่มเกิดขึ้น ผ้าแพรเบาบางที่พันกายถูกมือใหญ่ปลดออกช้าๆ ฮาร์ทมองร่างงดงาม ดวงตาที่แปรเปลี่ยนเป็นสีแดงระเรื่อและผมสีดำสนิทราวม่านราตรีตรงหน้า ชายหนุ่มช้อนร่างบางขึ้นก้าวเข้าวางไปที่เตียงกว้าง เขาปลดเสื้อคลุมตนเองออกแล้วแนบร่างลงไปหาร่างอบอุ่นที่อ้าแขนรออยู่
“คิดถึงเจ้าเหลือเกิน” ชายหนุ่มพึมพำ
“ข้าก็เช่นกัน ฮาร์ท”
เสียงหอบหายใจ เสียงครางเริ่มขึ้น แสงเทียนอันนุ่มนวลสาดส่องให้เห็นเงาร่างที่คลอเคลียกันอยู่บนเตียงเนิ่นนาน จนกระทั่งมรสุมผ่านพ้นไป
เบรียนทรงตัวขึ้นนั่งช้าๆ รวบผมยาวสลวยที่เริ่มแปรเปลี่ยนสีไป
“การเดินทางของท่านเป็นอย่างไรบ้าง” ฮาร์ทโอบร่างบางไว้ก่อนจะพูดออกมาเบาๆ
“ข้าไม่ได้เป็นนักบวชอีกแล้ว”
“อะไรกัน” เบรียนหันมามองอย่างตกใจ ฮาร์ทยิ้มเมื่อเห็นท่าทางไม่สบายใจนั้น
“ใช่ ข้าแจ้งต่อศาสนจักรแล้ว ข้าคิดว่าข้าทำงานเพื่อรับใช้พระองค์มามากแล้ว ตอนนี้ข้าอยากมีเวลาเพื่ออยู่ดูแลเจ้า”
“เพราะข้า ข้าต้องบาปมากแน่” เบรียนครางออกมาเบาๆ รับรู้ในสิ่งที่แฝงอยู่ และชายหนุ่มไม่ได้พูดออกมา
“ไม่ นี่เป็นความตั้งใจของข้าก่อนที่จะได้พบเจ้าเสียอีก เพียงแต่มันเร็วขึ้นนิดหน่อยเท่านั้น” ชายหนุ่มกระซิบบอกให้ร่างบางสบายใจ
“จริงหรือ”
“แน่นอน ต่อไปนี้ข้าไม่ต้องเดินทางไปที่ไหนแล้ว ข้าจะอยู่กับเจ้าได้ตลอดเวลา” เขาไม่ได้เสริมต่อว่าการเดินทางไปยังที่ต่างๆ ทิ้งให้เบรียนต้องอยู่ตามลำพัง ทำให้เขาห่วงหน้าพะวงหลังยิ่งนัก หากเกิดเหตุอะไรที่ไม่คาดคิดขึ้นกับเบรียน เขาคงทนไม่ได้
“ข้ารักท่าน ฮาร์ท” เบรียนพึมพำอย่างตื้นตัน
“ข้ารักเจ้าเช่นกัน เบรียน ไปอยู่กับข้านะ อำนาจของตระกูลข้า อำนาจเงินของข้ามีเพียงพอที่จะดูแลเจ้า และไม่ให้ใครเข้ามายุ่งกับพวกเรา ข้าสามารถให้ทุกสิ่งที่เจ้าต้องการได้” ร่างบางยิ้มอย่างอ่อนโยน ดึงร่างสูงลงมาแนบร่างอีกครั้งพร้อมกับกระซิบเบาๆ
“แต่คืนนี้ยังเดือนมืดอยู่เลย แล้วตอนนี้ข้ายังต้องการเลือดอีก ท่านจะทำยังไง” ฮาร์ทสบตาร่างบาง แววตาเปี่ยมด้วยแววปรารถนา
“เรื่องนี้แก้ไขไม่ยากเลย เบรียน ข้าจะสนองให้เจ้าไม่ว่าเดือนมืดหรือคืนที่พระจันทร์กระจ่าง จนเจ้าต้องร้องบอกให้พอเลยทีเดียว”
ร่างบางหัวเราะอย่างร่าเริงประสานกับเสียงหัวเราะอ่อนโยนของชายหนุ่ม ไม่นานก็ขาดหายไปพร้อมกับเสียงกระซิบแผ่วเบาและเสียงหอบหายใจที่ดังขึ้นแทน จนกระทั่งเงียบหายไปเมื่อใกล้รุ่งเช้า
end
